โตโยต้าปลูกป่าชายเลนปีที่ 19 รวมพลังปลูก 50,000 ต้น มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย สานต่อโครงการ “โตโยต้าปลูกป่าชายเลน” เป็นปีที่ 19 พร้อมเครือข่ายพันธมิตรกว่า 2,000 คน ร่วมปลูกป่าชายเลนจำนวน 50,000 ต้น ณ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่ง ส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ และสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
กิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 โดยมีผู้แทนภาครัฐ กองทัพบก ผู้บริหารโตโยต้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้แทนจำหน่าย ลูกค้า สื่อมวลชน และประชาชนเข้าร่วม
โตโยต้ารวมพลังเครือข่ายปลูกป่าชายเลน 50,000 ต้น
กิจกรรม “โตโยต้าปลูกป่าชายเลน ปีที่ 19” ได้รับเกียรติจาก นายวัฒนา เจริญจิตร ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พลตรี ยุทธนา ธรรมธร รองเจ้ากรมพลาธิการทหารบก นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และมร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เข้าร่วมกิจกรรม
นอกจากนี้ ยังมีคณะผู้บริหาร ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ลูกค้า สื่อมวลชน และเครือข่ายพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ร่วมปลูกป่าชายเลนจำนวน 50,000 ต้น
กิจกรรมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 2,000 คน ประกอบด้วยพนักงานโตโยต้าและครอบครัว ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้แทนจำหน่าย ลูกค้า สมาชิก Toyota Happiness Club สมาชิก Toyota Customer Car Club หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดสมุทรปราการ กองทัพบก และประชาชนทั่วไป
ฟื้นฟูป่าชายเลนบางปูต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547
โครงการ “โตโยต้าปลูกป่าชายเลน” เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี 2547 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กรมพลาธิการทหารบก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประเทศไทย หรือ FEED
โครงการมีเป้าหมายฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลน สร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศชายฝั่ง และส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บางปูอย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โตโยต้าและเครือข่ายได้ร่วมปลูกป่าชายเลนในพื้นที่บางปูแล้วมากกว่า 890,000 ต้น ซึ่งสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 11,600 ตันต่อปี
ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลสิ่งแวดล้อม และลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ขับเคลื่อนความยั่งยืนผ่าน 3 แนวทางหลัก
การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้าสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนระดับโลก โดยแบ่งออกเป็น 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่
1. Carbon Neutrality
มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการผลิตภัณฑ์เมื่อหมดอายุการใช้งาน
2. Circular Economy
ดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ผ่านแนวคิดลดการใช้ ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล เพื่อให้ทรัพยากรถูกนำมาใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด
3. Nature Positive
สร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
ป่าชายเลนบางปูได้รับการยอมรับระดับนานาชาติ
ความร่วมมือในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนบางปูอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ
ในปี 2567 พื้นที่บางปูได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกอาเซียน หรือ ASEAN Heritage Park ลำดับที่ 63 ของภูมิภาค
ต่อมาในปี 2568 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ หรือ Ramsar Site รวมถึงได้รับการรับรองเป็น Flyway Network Site ภายใต้เครือข่าย East Asian–Australasian Flyway Partnership หรือ EAAFP ซึ่งเป็นเครือข่ายเส้นทางอพยพของนกน้ำระดับโลก
ต่อยอดสู่คาร์บอนเครดิตและการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ
โตโยต้ามีแผนต่อยอดการอนุรักษ์ป่าชายเลนไปสู่การพัฒนาคาร์บอนเครดิต การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการเป็นต้นแบบด้านการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน
การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว” ซึ่งมุ่งขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พร้อมส่งต่อระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้แก่คนรุ่นต่อไป
TorqueThailand.com




