Breaking News

รีวิว Porsche Taycan รุ่นเริ่มต้นของ Porsche EV ให้พละกำลังสูงสุดถึง 326 แรงม้า

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan รุ่นเริ่มต้นของ Porsche EV… ขับเคลื่อนล้อหลังและมีพละกำลังน้อยที่สุดในเรนจ์ แต่ยังคงเป็น Taycan ที่ยอดเยี่ยมอยู่ดี

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan
Porsche Taycan

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan รุ่นเล็กสุดขับเคลื่อนล้อหลัง ให้พละกำลัง 326 แรงม้า

Porsche Taycan

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan

หากเทียบกับ 4S ขับเคลื่อนสี่ล้อ Taycan รุ่นเล็กสุดขับเคลื่อนล้อหลังคันที่คุณเห็นอยู่ตรงนี้คงไม่สามารถต่อกรได้ แต่ถ้าพิจารณาเพียงตัวมันเองลำพัง นี่คือรถไฟฟ้าที่ขับสนุกคันหนึ่งทีเดียว พลัง 326 แรงม้า เกินพอสำหรับการขับใช้งานทั่วไป

ความได้เปรียบของแรงบิดแบบ “เต็มพิกัดทันทีทันใด” ตามประสารถไฟฟ้าทำให้ Taycan เร่งได้ตามแรงกดจากเท้าขวาของคุณ แม้จะอยู่ในโหมด Comfort ที่ปลดปล่อยพลังออกมาแบบนุ่มนวลก็ตาม

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan
แผงระบายความร้อนติดตั้งไว้ที่สองฝั่งของกันชนหน้า แต่ละแผงมีขนาดใหญ่เต็มช่องจึงรับอากาศได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และ…

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan

พวงมาลัยที่เบามือและฉับไวเป็นพิเศษในโหมดนี้ ให้ความคล่องแคล่วเป็นอย่างดีเมื่อซอกแซกไปตามกระแสการจราจร คันทดสอบของเรามาพร้อมกับช่วงล่างแบบถุงลมซึ่งยอดเยี่ยมมากสำหรับสภาพถนนในกรุงเทพฯ

ที่… คุณเติมคำนั้นเอาเองแล้วกัน… บวกด้วยการเก็บเสียงที่ทำได้ดีตามแบบฉบับ Porsche ยุคใหม่ Taycan จึงให้ความสบายแม้ในการขับขี่ท่ามกลางความวุ่นวายจอแจเช่นนี้

Porsche Taycan
Porsche Taycan

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan

ตำแหน่งการขับขี่นับเป็นอีกจุดเด่นของ Porsche คุณจะนั่งอยู่ต่ำเรี่ยพื้นในเบาะที่โอบล้อมกระชับลำตัว ทว่ากลับให้ความสบายและไม่เมื่อยล้าแม้ขณะขับทางไกล ทั้งยังให้ทัศนวิสัยโดยรอบชัดเจนไม่ต่างจากรถซีดานทั่วไป

ถึงจะมีกระจกหน้าต่างที่ค่อนข้างเล็กก็ตาม มีเพียงมุมมองผ่านกระจกหลังเท่านั้นที่ค่อนข้างแคบ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะแทบไม่มีใครตาม Taycan ได้ทันอยู่แล้ว!

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan
คันทดสอบของเรามาพร้อมกับออปชั่นชุดล้อ “Sport Aero” ขนาด 20 นิ้ว ที่ต้องจ่ายเพิ่มอีกราว 1.6 แสนบาท… ล้อมาตรฐานติดรถมีขนาด 19 นิ้ว
รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan
อากาศที่ไหลผ่านแผงระบายความร้อนจะถูกปล่อยออกมาสู่โพรงในซุ้มล้อ… Porsche ไม่ได้แจ้งข้อมูลทางเทคนิคให้ทราบ แต่น่าจะเป็นเหตุผลทางด้านอากาศพลศาสตร์

 

ปรับไปที่โหมด Sport, เหยียบเบรกให้สุด ควบคู่ไปกับกดคันเร่งมิดพรม รอเพียงอึดใจเพื่อให้รถปรับเข้าสู่ระบบ Launch Control เมื่อมันพร้อมสำหรับคุณ

แค่ปล่อยเบรกแล้วดื่มด่ำแรงฉุดที่เกิดขึ้นจากพลัง Overboost ซึ่งปลดปล่อยอีก 82 แรงม้าพิเศษ พร้อมแรงบิด 345 นิวตันเมตร ออกมาให้ใช้!!!

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan
ภาพรวมของห้องโดยสารเหมือนกับ Taycan รุ่นอื่นๆ ทุกประการ โดยในตลาดต่างประเทศ รถรุ่นปี 2021 จะมีระบบพิเศษต่างๆ (อาทิ ครูสคอนโทรลแบบอแดปทีฟ) ติดตั้งมาให้ แต่ผู้เป็นเจ้าของสามารถเลือกจ่ายครั้งเดียว (และใช้ได้ตลอดไป เหมือนการสั่งติดตั้งออปชั่น) หรือจ่ายเป็นรายเดือน เพื่อปลดล็อคให้ระบบสามารถใช้งานได้ นั่นหมายถึง คุณสามารถซื้อรถรุ่นเริ่มต้น และเลือกจ่ายเพิ่มเพื่อใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ เป็นครั้งคราวได้นั่นเอง
รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan
ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้า “Power Steering Plus” ทำงานได้อย่างน่าประทับใจ เบามือ, ฉับไว เมื่อขับขี่ที่ความเร็วต่ำ และขึงตึง, สื่อสาร, แม่นยำ ที่ความเร็วสูง ตัวพวงมาลัยไม่มีปุ่มหมุนเลือกโหมดการขับขี่มาให้เหมือน Taycan รุ่นสูงกว่านี้

 

Taycan จะพุ่งออกจากจุดหยุดนิ่ง – หน้ารถเชิดขึ้นเล็กน้อย – ไปสู่ 100 กม./ชม. ได้ใน 5.4 วินาที นั่นอาจไม่ใช่ตัวเลขที่หวือหวานัก เนื่องจากระบบคอยคุมเข้มล้อคู่หลังไม่ให้มีการลื่นไถลแม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่ถึงกระนั้น แรงดึงจาก Instant Torque ก็ทำให้หัวใจเต้นระรัวได้ดีทีเดียว

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan

ถ้าคุณยังคงกดคันเร่งมิดพรมต่อไป จะไต่ขึ้นสู่ 160 กม./ชม. ที่ 11.5 วินาที จากนั้น 200 กม./ชม. ใน 17.6 วินาที จากจุดที่คุณออกตัวมา และทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม.

ที่ความเร็วสูงในโหมด Sport ซึ่งเป็นโหมดสูงสุดของ Taycan (Taycan 4S ขึ้นไป มีโหมด Sport Plus ด้วย) รถยังคงทรงตัวได้อย่างมั่นคงไว้ใจได้ อรรถรสการขับขี่ตามแบบฉบับของ Porsche ยังคงอบอวนที่นี่แม้จะเป็นรถพลังไฟฟ้าก็ตาม

รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan
หน้าจอโค้งแบบ Widescreen สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลได้หลากหลาย ด้านข้างของจอเป็นระบบสัมผัส โดยฝั่งซ้ายที่เห็นในภาพจะควบคุมการเปิดไฟหน้า ส่วนฝั่งขวาจะเกี่ยวกับช่วงล่างและแทร็คชั่น
รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan
Taycan เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่มีเกียร์ 2 จังหวะ โดยรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อใช้แบบเกียร์เดียวที่มอเตอร์หน้าและ 2 เกียร์สำหรับมอเตอร์ของเพลาหลัง ส่วนรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังคันนี้ก็ใช้เกียร์แบบ 2 จังหวะนี้เช่นกัน คุณไม่สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์เองได้แต่ระบบจะทำงานเองอัตโนมัติตามความเร็วขณะขับขี่
รีวิว ทดสอบ Porsche Taycan
สวิตช์เปิดปิดการทำงานของรถ มีหน้าตาเลียนแบบสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า และยังเลียนแบบการปิดของโทรศัพท์มือถือ โดยคุณต้องกดปุ่มค้างไว้สักครู่เพื่อปิดมัน

 

พวงมาลัยและช่วงล่างที่ขึงตึง ร่วมด้วยการปิดใต้ท้องรถให้เรียบแบนจากใต้กันชนหน้าไปจนถึงดิฟฟิวเซอร์ที่ท้ายรถ คือกุญแจสำคัญที่ส่งให้ Taycan เกาะหนึบในขณะเปลี่ยนเลนไปมาที่ความเร็วสูง

แล้วจะเป็นอย่างไรขณะเข้าโค้ง ใน Taycan ขับเคลื่อนล้อหลัง? เราเบี่ยงออกจากทางตรงของถนนหลัก เพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางคดเคี้ยวบนถนนสายรองที่เงียบเชียบซึ่งกำลังถูกรบกวนเล็กน้อยด้วยเสียงหวีดจากมอเตอร์ไฟฟ้า และเสียงกรีดร้องของยางหน้ากว้างทั้งสี่ล้อ

Porsche Taycan

Porsche Taycan

เริ่มจาก Launch Control เช่นเคย… Taycan กระโจนไปข้างหน้าทันทีที่ปล่อยเบรก พร้อมเสียง “วี๊ดดดดดดด….” ที่สูงแหลมขึ้นตามความเร็วที่เพิ่มขึ้นของรถ กดเบรกหนักๆ ก่อนถึงโค้ง

เพื่อให้คาลิเปอร์เข้ามาทำหน้าที่ลดความเร็วร่วมกับแรงหน่วงของมอเตอร์ไฟฟ้า หน้ารถจมลงเพียงเล็กน้อยจากการประคับประคองของระบบควบคุมช่วงล่างแบบแอคทีฟ, ปล่อยเบรก,

Porsche Taycan
แบตเตอรี่รุ่นมาตรฐานสามารถใช้งานได้ราว 350-430 กม. ต่อการชาร์จเต็มความจุหนึ่งครั้ง ส่วนออปชั่น Performance Battery “Plus” ทำได้ไกล 400-480 กม.

Porsche Taycan

เริ่มหักเลี้ยวโดยต้องออกแรงหมุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากพวงมาลัยที่หนักขึ้นในโหมดนี้ มุมมองผ่านกระจกหน้าทำให้คุณเห็นสันนูนของโป่งล้อหน้าได้อย่างชัดเจน เบนหัวรถเข้าสู่ยอดโค้งพร้อมอาการอันเดอร์สเตียร์บางๆ และจังหวะนี้แหละที่ระบบขับเคลื่อนสองล้อจะเผยให้เห็นข้อได้เปรียบของมัน

ระบบควบคุมการลื่นไถลจะผ่อนปรนให้คุณในโหมด Sport นี้ กดคันเร่งลงไปอย่างรวดเร็วแต่นุ่มนวล แล้วล้อหลังจะหมุนฟรีเล็กน้อย สร้างแรงเหวี่ยงไปกลบอาการหน้าดื้อให้หมดไป นี่คือข้อได้เปรียบจากการมีเพียงมอเตอร์เดียวสำหรับล้อหลัง

มันสามารถจัดการกับอันเดอร์สเตียร์ได้ง่ายดายกว่ารุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อเล็กน้อย และอย่างน้อยที่สุดก็คือ คุณสามารถพบกับอาการท้ายปัดตามแบบฉบับของ Porsche เครื่องยนต์สูบนอน, วางหลัง ได้บ้าง… ถึงจะไม่ฮาร์ดคอร์ขนาดนั้นก็ตาม

Porsche Taycan
เบาะนั่งแบบสปอร์ตเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน การจัดวางตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบช่วยให้คุณสามารถบังคับควบคุมรถได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นมันยังนั่งสบายอีกด้วย พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวางสมน้ำสมเนื้อกับขนาดรถ แต่เฮดรูมของเบาะหลังมีจำกัด และยิ่งน่าอึดอัดขึ้นไปอีกเมื่อไม่มีหลังคากระจก

 

คุณอาจเลือกออปชั่น Performance Battery Plus หากต้องการพละกำลังมากกว่านี้ ด้วยการจ่ายเพิ่มอีกประมาณ 3.6 แสนบาท เพื่อ 54 แรงม้าที่เพิ่มขึ้น, 68 แรงม้า Overboost, กลายเป็น 380 แรงม้า หรือที่ 476 แรงม้าเมื่อใช้ Launch Control

แต่นั่นจะทำให้ราคาของรถขยับเข้าใกล้ Taycan 4S (435 แรงม้า, 530 แรงม้า ที่ Overboost, 0-100 ใน 4 วินาที) ที่แรงกว่าและขับเคลื่อนสี่ล้อเข้าไปอีก คือห่างเพียง 5.5 แสนบาท หรือเพิ่มเงินอีกไม่ถึง 10% ของรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ

ใช่ครับ เพียงติ๊กออปชั่นเข้าไปอีกไม่กี่อย่าง คุณก็จะจ่ายเท่ากับรุ่นที่แรงและขับสนุกกว่านี้ได้แล้ว ดังนั้น Taycan ขับเคลื่อนสองล้อจึงเหมาะกับผู้ที่ไม่เน้นเรื่องความแรง แต่แค่ต้องการเป็นเจ้าของ Porsche พลังไฟฟ้าที่ขับใช้งานได้ครอบคลุม และในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

Porsche Taycan
ใต้ท้องรถถูกปิดเรียบตลอดแนวด้วยเหตุผลหลักๆ สองประการคือ ลดแรงต้านและเพิ่มแรงดูดให้ตัวรถกดติดกับถนนมากขึ้นที่ความเร็วสูง อากาศด้านล่างจะถูกระบายออกผ่านดิฟฟิวเซอร์ใต้กันชนหลัง

 

นี่คือรถที่ราคาสมเหตุสมผล หากคุณไม่ทำเครื่องหมายลงไปในช่องออปชั่น

Porsche Taycan

  • Price: from 6,390,000 Baht
  • Drivetrain: permanent magnet synchronous motor, 326ps (408ps overboost), 345Nm
  • Transmission: 2-speed automatic, rear-wheel drive
  • Performance: 5.4sec 0-100km/h, 230km/h top speed
  • Weight: 2050kg
  • NCAP rating: n/a

Check Also

Mazda CX-8

รีวิว Mazda CX-8 ยนตรกรรมอเนกประสงค์ Crossover SUV

รีวิว ทดสอบ Mazda CX-8 2.5 SP 2WD สัมผัสแรกที่กดคันเร่งก็คือ “เซอร์ไพรส์” ด้วยความเร้าใจในระดับที่ใกล้เคียงกับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล รีวิว ทดสอบ Mazda CX-8 2.5 …