Breaking News

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO เร็ว, ทรงพลัง และเร้าใจ!

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO ให้พละกำลังถึง 625 แรงม้า แบตเตอรี่ขนาด 93 กิโลวัตต์ สามารถวิ่งได้ราว 380-450 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
PORSCHE TAYCAN TURBO

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO เร็ว, ทรงพลัง และเร้าใจ!

PORSCHE TAYCAN TURBO

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO

สรรพสิ่งรอบตัวสงบนิ่งและเงียบงัน จะมีก็แต่เสียงลมที่เป่าออกมาจากช่องแอร์บนแดชบอร์ดกับเสียงสูดลมหายใจลึกของคุณเท่านั้น หมุนปุ่มควบคุมใต้ก้านพวงมาลัยฝั่งขวาจนโหมดการขับขี่บนจอแสดงผลทรงโค้งเบื้องหน้าไฮไลท์ที่ “SPORT” ใช้เท้าซ้ายเหยียบเบรกค้างเอาไว้ให้สุด, เข้าเกียร์ D จากนั้นกดคันเร่งให้มิดพื้น กระทั่งหน้าจอขึ้นข้อความ “Launch Control Activated” คุณสูดหายใจลึกสุดแรงอีกครั้ง, ปล่อยเบรก

แล้วรถซีดานน้ำหนักกว่า 2.3 ตัน ก็ดีดตัวออกจากจุดหยุดนิ่งพร้อมด้วยเสียงสังเคราะห์กรีดแหลมเพื่อเป็นตัวแทนของมอเตอร์ไฟฟ้า, แรงฉุดมหาศาล, หนักหน่วง และรวดเร็วต่อเนื่องจนวิญญาณของคุณแทบจะเร่งตามร่างกายไม่ทัน วิวเบื้องหน้าพุ่งเข้าหาคุณราวกับกำลังวาร์ปข้ามมิติ ตัวเลขบอกความเร็วบนหน้าจอเปลี่ยนรัว กระทั่งอีก 3.2 วินาทีต่อมา

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
ด้านข้างที่ยาวต่อเนื่องมาจากกรอบสีดำรอบๆ ไฟหน้า ทำหน้าที่เรียงอากาศให้ไหลผ่านไปยังล้อหน้าเรื่อยไปถึงท้ายรถอย่างราบรื่นเพื่อลดแรงต้าน
PORSCHE TAYCAN TURBO
ไฟ DRL แบบ 4 จุด เอกลักษณ์สำคัญที่ Porsche ยุคใหม่ต้องมีทุกคัน
PORSCHE TAYCAN TURBO
Taycan Turbo ติดตั้งไฟหน้า Matrix LED มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน
PORSCHE TAYCAN TURBO
เต้าเสียบติดตั้งไว้ที่แก้มหน้าทั้งสองฝั่งของรถ เมื่อต้องการใช้งานก็เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วรูดไปที่ด้านใต้ของครีบนี้ แล้วฝาครอบจะเลื่อนเปิดขึ้นไปซ่อนไว้ด้านใน, รูดอีกครั้งเพื่อปิดฝา… รู้สึกเหมือนกำลังปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์มือถือ

มันแสดงที่ “100” และทิ้งจุดเริ่มต้นไว้ไกลลิบจนไม่อาจมองเห็นได้จากกระจกหลังอีกต่อไป หรือถ้าร่างกายของคุณยังทนรับ G-force ระดับสูงได้ไหว กดคันเร่งให้จมดิ่งไว้, นับไปอีก 7.4 วินาที (หรือ 10.6 วินาที จากจุดหยุดนิ่ง) แล้วคุณจะพบว่าตัวเองกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 200 กม./ชม.!

เราขับทดสอบรุ่นเริ่มต้นอย่าง “Taycan 4S” ไปไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่ Taycan Turbo จะถูกส่งมาถึงออฟฟิศของ Torque Magazine นี่คืออีกหนึ่งผลผลิตยนตรกรรมพลังไฟฟ้าของ Porsche โดยรุ่น Turbo จะมีพละกำลัง 625 แรงม้า, 850 นิวตันเมตร มากกว่า 4S อยู่ 190 แรงม้า, 210 นิวตันเมตร ในขณะที่รุ่นท้อปสุด Turbo S มี 625 แรงม้าเท่ากัน แต่ให้แรงบิด 1,050 นิวตันเมตร และที่โอเวอร์บูสต์ (เมื่อใช้ Launch Control) จะเบ่งพลังขึ้นไปถึง 761 แรงม้า เทียบกับ 680 แรงม้า ใน Turbo

PORSCHE TAYCAN TURBO

PORSCHE TAYCAN TURBO

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
ปลายท่อไอเสียถูกซ่อนไว้อย่างมิดชิด… ผมล้อเล่นน่ะ… ใต้ท้องรถถูกปิดเรียบเต็มพื้นที่ตั้งแต่หัวจรดท้าย ส่วนหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญช่วยให้ Taycan มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.22 cd และยังได้ประโยชน์ในเรื่องของแอโรไดนามิกส์อีกด้วย
PORSCHE TAYCAN TURBO
ส่วนที่เซ็กซี่ที่สุดของ Taycan คือมุมมองจากด้านหลัง ไฟหรี่ที่คาดยาวตลอดแนวอันเป็นเอกลักษณ์ของเหล่า Porsche เจเนอเรชั่นใหม่ ให้ความรู้สึกราวกับรถที่อยู่ในหนังแนว Cyberpunk ยุค 90

ถึงจะไม่ใช้ Launch Control ในการออกตัว ทว่า Taycan Turbo ก็ยังเร็วจนน่าทึ่งอยู่ดี ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานอย่าง Instant Torque และจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ส่งให้มันเป็นรถที่ขับสนุกอย่างยิ่ง ยังคงสัมผัสแฮนด์ลิ่งอันเป็นเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตชั้นเลิศจาก Stuttgart ได้ครบถ้วน พวงมาลัยที่หนักมือแต่เฉียบขาด, ระดับการยึดเกาะถนนขั้นสูง

และวิธีที่มันตอบสนองต่อคันเร่ง จะขาดก็แต่เสียงกระหึ่มทุ้มแน่นของขุมพลัง Boxer และอาการโอเวอร์สเตียร์หนักๆ เท่านั้น สิ่งที่เข้ามาทดแทนก็คือเสียงหวีดของมอเตอร์ไฟฟ้า และการสไลด์ทั้งสี่ล้อเมื่อเข้าโค้งแรงๆ … ไม่ต้องกังวล… สำหรับรถขับเคลื่อนสี่ล้อแล้ว นั่นดีและไปได้เร็วกว่าการดริฟต์ด้วยล้อคู่หลังแน่นอน…

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
Taycan Turbo ใช้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว สำหรับแยกขับเคลื่อนล้อคู่หน้าและหลัง ให้พลังสูงสุด 625 แรงม้า และมีแรงบิด 850 นิวตันเมตร เมื่อใช้ระบบ Launch Control ระบบจะทำงานแบบ Overboost ที่ปล่อยพลัง (ช่วงสั้นๆ) ได้ 680 แรงม้า
PORSCHE TAYCAN TURBO
คันของเรามาพร้อมกับออปชั่นล้อขนาด 21 นิ้ว ที่เผยให้เห็นความอลังการของระบบเบรกได้อย่างชัดเจน
รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
ดิสก์เคลือบด้วยสารป้องกันฝุ่นผงจากผ้าเบรก เมื่อรวมกับการเบรกด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก (โดยระบบเบรกจริงๆ จะทำงานเมื่อเหยียบเบรกหนักๆ เท่านั้น) จึงช่วยลดโอกาสที่คาลิเปอร์สีขาวสะอาดจะเปรอะเปื้อนไปได้มาก ที่สำคัญก็คือ ด้วยวิธีเบรกด้วยมอเตอร์เป็นหลัก ทำให้ผ้าเบรกสามารถใช้ได้นานถึง 6 ปี ทีเดียว!!!
รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
 

ต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับกันโคลงแบบแอคทีฟที่คอยช่วยปรับสมดุลรถไม่ให้เอียงตัวมากเกินไป มันทำงานได้อย่างเป็นธรรมชาติจนคุณแทบไม่รู้สึกว่าระบบกำลังยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ เช่นเดียวกับขณะที่คุณเหยียบเบรกเพื่อชะลอความเร็ว ซึ่งไม่ได้เกิดจากการทำงานของคาลิเปอร์

แต่เป็นแรงฉุดจากมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำให้รถช้าลง จนกว่าคุณจะเหยียบมันแรงขึ้น ระบบเบรกจริงๆ จึงเริ่มทำงาน มันให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการเบรกปกติมากนัก และไม่แตกต่างเลยหากกำลังเล่นบทโหดในแทร็ค ที่ต้องใช้แรงเบรกอย่างหนักหน่วงทุกครั้ง

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
ห้องโดยสารเต็มไปด้วยจอสัมผัสสีสันแพรวพราว พวกมันยิ่งดูตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้นในตอนกลางคืน คุณจะรู้สึกราวกับอยู่ในรถที่หลุดมาจากภาพยนตร์ ไซ-ไฟ เลยทีเดียว แดชบอร์ดที่เรียบง่ายได้รับแรงบันดาลใจมาจาก 911 รุ่นปี 1963 และความมินิมัลของมันช่วยให้จอแสดงผลต่างๆ ดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้น
รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
พวงมาลัยขนาดเหมาะมือ และจัดวางเกือบตั้งฉากกับพื้นเพื่อให้คุณหมุนไปมาได้ถนัดมากขึ้น ดีมากๆ สำหรับการเข้าโค้งแคบ ระบบบังคับเลี้ยวของ Taycan Turbo ตอบสนองได้ฉับไว, เฉียบคม และสื่อสาร แต่มีน้ำหนักมากไปนิด โดย Porsche ให้เหตุผลว่า ผู้ขับส่วนใหญ่มักจะใช้แขน “โหน” พวงมาลัยขณะเข้าโค้งโดยไม่รู้ตัว การเพิ่มน้ำหนักเข้าไปช่วยให้พวกเขาไม่รู้สึกว่าพวงมาลัยเบากว่าตอนขับทางตรง
รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
ปุ่มที่มีสัญลักษณ์ถ่านไฟฉาย ใช้สำหรับเปิดระบบ Regenerative เพื่อชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่เมื่อถอนคันเร่ง ซึ่งคุณต้องกดเปิดระบบเองทุกครั้งที่เริ่มสตาร์ทรถถ้าต้องการใช้ เพราะ Taycan ไม่เปิดระบบนี้ให้อัตโนมัติเหมือนรถทั่วไป Porsche กล่าวว่า การปล่อยให้รถไหลไปตามโมเมนตั้มนั้น ช่วยประหยัดพลังงานได้มากกว่าการชะลอความเร็วเพื่อชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่
รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
Taycan Turbo มาพร้อมกับ 5 โหมดการขับขี่ ที่สามารถเลือกเปลี่ยนได้ด้วยการหมุนสวิตช์ที่ก้านพวงมาลัย โหมด Range ใช้สำหรับการขับขี่เพื่อประหยัดการใช้พลังงานแบตเตอรี่ โดยมันจะลดการตอบสนองคันเร่ง, ลดการทำงานของระบบปรับอากาศ และสามารถตั้งจำกัดความเร็วสูงสุดที่รถจะใช้ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณเพลินจนต้องจบลงด้วยการนั่งรอรถยกอยู่ข้างทาง

แดมเปอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า ทำงานร่วมกับแอร์สปริงแบบ 3 ชั้น สามารถปรับความสูงของรถได้ 3 ระดับ โดยคุณเลือกได้ว่าจะปล่อยให้มันทำงานอัตโนมัติหรือปรับเองด้วยการกดเลือกจากขอบหน้าจอมาตรวัด การใช้อลูมิเนียมในองค์ประกอบหลักของช่วงล่าง ช่วยให้ Taycan เกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยม และถ้าคุณกำลังคิดว่ามันจะกระเด้งกระดอนตามประสารถสปอร์ตล่ะก็… ผิดถนัด! แม้จะเป็นรุ่น Turbo ที่แรงกว่า

แต่ก็ให้ความนุ่มนวลในแบบเดียวกับยนตรกรรมระดับเอ็กซ์ครูซีฟทั่วไป เช่นเดียวกับใน 4S มันเดินทางด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. บนมอเตอร์เวย์ได้ราวกับพรมวิเศษ “เงียบ” ตามคุณสมบัติของรถไฟฟ้า และ “เงียบ” ตามคุณสมบัติของ Porsche ยุคใหม่ ที่ใส่ใจกับเรื่องการลดเสียงรบกวนขณะขับขี่มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
ปุ่มกด “เปิด” เพื่อให้รถเริ่มทำงาน ออกแบบให้คล้ายกับปุ่มเปิดการทำงานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นไอเดียที่เก๋ไก๋มากๆ
รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
จอแสดงผลแบบโค้งไร้กรอบขนาด 16.8 นิ้ว ดูสูงค่าและน่าหลงใหล สามารถเรียกดูข้อมูลต่างๆ ได้ครบถ้วน และปรับแต่งได้หลากหลาย นอกจากนั้น มันยังสามารถแสดงแผนที่ได้แบบเต็มหน้าจออีกด้วย ขอบด้านข้างทั้งสองฝั่งของหน้าจอเป็นระบบสัมผัสที่คุณสามารถกดเพื่อเปิดไฟหน้า, ปรับช่วงล่าง และอื่นๆ ได้อีกด้วย

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
จอแสดงผลหลักส่วนกลางบนแดชบอร์ดมีขนาด 10.9 นิ้ว คุณสามารถสั่งติดตั้งจอเพิ่ม (บริเวณที่เป็นสีดำเงาของแดชบอร์ดฝั่งซ้าย) สำหรับผู้นั่งได้อีกด้วย

ห้องโดยสารกว้างขวางเช่นเดียวกับเบาะที่โอบกระชับทว่ายังคงนั่งสบายในการเดินทางไกล เบาะหลังก็มีพื้นที่ช่วงไหล่และวางขาเหลือเฟือ แต่ถ้าคุณสูงกว่า 175 ซม. อาจมีปัญหากับเฮดรูม จากรูปทรงของหลังคาที่ลาดต่ำ… ออเดอร์หลังคากระจกแบบคันทดสอบของเรา จะช่วยบรรเทาความรู้สึกอึดอัดลงไปได้

Taycan Turbo ใช้แบตเตอรี่ขนาด 93 กิโลวัตต์ สามารถวิ่งได้ราว 380-450 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง รองรับเครื่องชาร์จแบบ 800 โวลท์ และมีความสามารถในการชาร์จสูงสุดถึง 270 kW นั่นหมายถึง การชาร์จจาก 5-80% ในเวลา 22 นาที หรือชาร์จ 5 นาที เพื่อให้วิ่งใช้งานได้ 100 กม. โดย Porsche รับประกันแบตเตอรี่ให้นานถึง 8 ปี นอกจากนั้น คุณยังได้รับข้อได้เปรียบในเรื่องของการบำรุงรักษาที่น้อยนิดตามคุณสมบัติปกติของรถไฟฟ้าที่มีชิ้นส่วนไม่มากนักอีกด้วย

รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
จอแสดงผลรองสำหรับควบคุมระบบปรับอากาศและข้อมูลอื่นๆ พื้นที่ว่างด้านล่างของจอคือทัชแพดสำหรับใช้ควบคุมสั่งงานจอหลัก หรือเขียนตัวอักษรเพื่อค้นหาสถานที่ของระบบนำทาง… ใช้งานไม่ยากถ้าคุณถนัดมือซ้าย แต่ถ้าไม่ล่ะก็ ยกให้เป็นหน้าที่ของผู้โดยสารแล้วกัน
PORSCHE TAYCAN TURBO
Taycan Turbo ใช้แบตเตอรี่ขนาด 93 กิโลวัตต์ สามารถวิ่งได้ราว 380-450 กม. ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง รองรับเครื่องชาร์จแบบ 800 โวลต์ และมีความสามารถในการชาร์จสูงสุดถึง 270 kW นั่นหมายถึง การชาร์จจาก 5-80% ในเวลา 22 นาที หรือชาร์จ 5 นาที เพื่อให้วิ่งใช้งานได้ 100 กม. โดย Porsche รับประกันแบตเตอรี่ให้นานถึง 8 ปี นอกจากนั้น คุณยังได้รับข้อได้เปรียบในเรื่องของการบำรุงรักษาที่น้อยนิดตามคุณสมบัติปกติของรถไฟฟ้าที่มีชิ้นส่วนไม่มากนักอีกด้วย
PORSCHE TAYCAN TURBO
คันเกียร์ติดตั้งไว้บนแดชบอร์ด อาจต้องใช้เวลานิดหน่อยในการเปลี่ยนความคุ้นชินที่เคยมีในรถทั่วไป Taycan แตกต่างจากรถไฟฟ้าปกติตรงที่มันมีเกียร์มาให้ 2 อัตราทดที่มอเตอร์ของล้อหลัง (อัตราทดเดียวสำหรับมอเตอร์ล้อหน้า) คุณไม่สามารถควบคุมการทำงานของมันได้ โดยระบบจะเปลี่ยนให้เองอัตโนมัติตามความเร็วและโหมดการขับขี่
PORSCHE TAYCAN TURBO
แม้แต่การควบคุมระบบปรับอากาศของผู้โดยสารด้านหลัง ก็ยังสั่งการผ่านจอสัมผัส

ราคาเริ่มต้นที่ 9.9 ล้านบาท สำหรับ Taycan Turbo เทียบกับ 4S ที่ 7.1 ล้าน หรือถูกกว่า 2.8 ล้านบาท ทำให้ Turbo เป็นรถที่แพงพอสมควร หากคุณต้องการรถไฟฟ้าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน 4S ตอบโจทย์ได้ดีกว่า ด้วยอุปกรณ์หลักๆ ที่ไม่แตกต่างกันนัก และสมรรถนะที่แม้จะเป็นรอง แต่ก็ไม่มาก

ทั้งยังควบคุมได้ง่ายดายกว่าเมื่อเทียบกับรุ่น Turbo โดยอาจเพิ่มเงินกับออปชั่นแบตเตอรี่ 93 กิโลวัตต์ (จากมาตรฐาน 79 กิโลวัตต์) เพื่อการใช้งานได้ไกลขึ้น และได้ความสามารถในการชาร์จ 270 กิโลวัตต์มาด้วย

PORSCHE TAYCAN TURBO
เบาะจัดวางไว้ค่อนข้างต่ำ แต่ก็ยังให้ทัศนวิสัยที่ดี และมีปีกโอบรับลำตัวช่วยให้คุณไม่กลิ้งไปมาขณะกระหน่ำทางโค้ง ที่เหนือไปกว่านั้นก็คือ มันยังนั่งสบายแม้ต้องเดินทางไกลอีกด้วย
รีวิว ทดสอบ PORSCHE TAYCAN TURBO
Taycan มีฐานล้อยาวกว่า 992 แต่สั้นกว่า Panamera อย่างไรก็ตาม มันยังคงมีพื้นที่กว้างขวางสำหรับผู้ใหญ่สองคน แต่เฮดรูมอาจเป็นปัญหาสำหรับคนตัวสูงๆ เนื่องจากรูปทรงที่ลาดต่ำของหลังคา

แต่ถ้าคุณมุ่งเน้นไปที่สมรรถนะ และมีสุขภาพสมุดบัญชีที่แข็งแรง Turbo (หรือ Turbo S ที่ 11.7 ล้าน) คือตัวเลือกที่ดีสำหรับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น

PORSCHE TAYCAN TURBO

  • Price: From 9,900,000 Baht
  • Engine: Two permanent magnet synchronous motors, 625hp (680hp Overboost), 850Nm
  • Transmission: Single speed front and two speed rear, all-wheel drive
  • Performance: 3.2sec 0-100km/h, 10.6sec 0-200km/h, 260km/h, 381-450km range
  • NCAP rating: 5-star

Check Also

Subaru Forester 2.0i-S GT Lite

รีวิว ทดสอบ Subaru Forester 2.0i-S GT Lite เสริมหล่อด้วยชุดแต่ง GT Lite

รีวิว ทดสอบ Subaru Forester 2.0i-S GT Lite มาพร้อมอุปกรณ์ชุดแต่ง GT Lite โดยเฉพาะ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับแฟนดาวลูกไก่ชาวไทย รีวิว ทดสอบ Subaru …