GWM POER SAHAR 2.4T Ultra 4WD (2026) รีวิว: กระบะตัวถัง Full-size หนึ่งเดียวในไทย ราคาไม่เกินเอื้อม
ความเห็นจาก Torque
GWM Poer Sahar มีจุดเด่นที่ตัวถังขนาดมหึมา ทำให้ได้ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ทั้งยังใช้วัสดุหน้าตาดูดีในระดับที่ไม่มีกระบะรุ่นใดในไทยเทียบเคียงได้ มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็มกว่ารถกระบะราคาใกล้เคียงกัน แต่ถ้าคุณให้ความสำคัญกับพละกำลังแบบขับสนุก ใช้ในเมืองเป็นหลัก หรือประหยัดน้ำมัน รถคันนี้ยังไม่ตอบโจทย์
Torque’s Rating
|
หมวด |
คะแนน |
|
การบังคับควบคุม |
6 / 10 |
|
พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน |
6 / 10 |
|
ความอรรถประโยชน์ |
6 / 10 |
|
ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน |
7 / 10 |
|
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา |
9 / 10 |
ควรซื้อถ้า…
อยากได้รถกระบะห้องโดยสารขนาดใหญ่กว่าใครในกลุ่ม สำหรับขับท่องเที่ยวหรือเดินทางไกล ทั้งยังคุ้มค่าในแง่ของรายการอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็มใกล้เคียงกระบะราคา 1.3-1.4 ล้านบาท ด้วยงบเพียง 1 ล้านบาทเศษ เท่านั้น
ไม่ควรซื้อถ้า…
คุณใช้งานในเมืองเป็นหลัก และ/หรือ เน้นประหยัดน้ำมันและพละกำลัง เนื่องจากความใหญ่โตของ Poer ทำให้ขับและจอดยากในที่แคบ และจากข้อมูลรถรุ่นนี้ทั่วโลก มีน้ำหนักตัวถึงราว 2.4 ตัน โดยเฉลี่ย เทียบกับ 2 ตันต้นๆ ของกระบะอื่นๆ ในไทย ทำให้เครื่องยนต์ต้องรับภาระหนักจนลดทอนสมรรถนะและอัตราสิ้นเปลืองลงไปอย่างมาก
เหมาะกับใคร?
- คนที่อยากได้รถกระบะห้องโดยสารกว้างสุดๆ
- คนที่เน้นใช้ขับท่องเที่ยว ออกต่างจังหวัด
- ให้ความสำคัญกับปริมาณอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- ไม่เน้นขับเร็ว หรือลุยหนัก
ไม่เหมาะกับใคร?
- คนที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก
- คนที่ชอบขับเร็ว เครื่องตอบสนองไว
- เน้นประหยัดน้ำมัน
สมรรถนะและการขับขี่
เนื่องจาก Poer Sahar มีขนาดใหญ่ แต่ใช้ทั้งเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อนเหมือน Tank 300 (ซึ่งเล็กกว่ามาก) ทั้งหมด จึงแบกภาระมากกว่า ทำให้ไม่แรงสะใจ และกินน้ำมันเฉลี่ย 10 กม./ลิตร จากการทดสอบของ Torque แต่ช่วงล่างนุ่มนวลระดับต้นๆ ในกลุ่มกระบะ และเสียงเครื่องยนต์เบา สั่นน้อยกว่าเครื่องดีเซลกระบะทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
พละกำลัง: อืดไปหน่อย เพราะตัวหนัก
Poer Sahar คือรถรุ่นแรกของ GWM ที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ถอดด้าม รหัส GW4D24 เทอร์โบดีเซล 2.4 ลิตร 184 แรงม้า, 480 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันดีเซลได้ถึง B20 ทำงานร่วมกับชุดเกียร์ 9 จังหวะ และอัตราทดเฟืองท้าย 3.9:1 ซึ่งทั้งหมดเป็นสเปกเดียวกับที่นำมาใช้ใน Tank 300 ซึ่งหนักราว 2.2 ตัน* เทียบกับกระบะร่างยักษ์คันนี้ที่หนักกว่า 2.4 ตัน* จึงต้อง “เค้น” มากขึ้นหากคุณต้องการไปได้เร็วหรือเรียกกำลังมาใช้ ส่งให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 10-12 กม./ลิตร หากขับเร็วและปกติตามลำดับ อยู่ในกลุ่ม “กินดุ” ร่วมกับ Ford Ranger 2.0, Mitsubishi Triton 2.4 ซึ่งมีสมรรถนะใกล้เคียงกัน และ Toyota Travo 2.8 ที่แรงสะใจกว่า
จุดเด่นของขุมพลังนี้คือ เสียงการทำงานที่ค่อนข้างเบาเมื่อเทียบกับรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลอื่นๆ ทั้งยังสั่นสะเทือนน้อยทั้งขณะจอดนิ่งหรือเร่งเครื่อง ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ 2.0 Bi-Turbo ของ Ford Ranger และรถยุโรปเครื่องยนต์ดีเซลเลยทีเดียว
*เมื่ออ้างอิงจากข้อมูลจำเพาะอย่างเป็นทางการของ GMW ในตลาดต่างประเทศ ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ใกล้เคียงกับรุ่นที่จำหน่ายในไทย รถยนต์ทั้งสองรุ่นระบุน้ำหนักที่น้อยกว่านี้ใน Eco Sticker


การขับขี่เน้นสมรรถนะ: ใกล้เคียง Ranger แม้ตัวถังใหญ่และหนักกว่า
เมื่อเทียบกับกระบะราคาใกล้กัน Poer เหนือกว่าเพราะใช้พวงมาลัยไฟฟ้า จึงให้การตอบสนองที่กระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น บังคับทิศทางได้ง่ายและสนุกบนถนนที่เต็มไปด้วยโค้ง เมื่อเทียบกับระบบไฮดรอลิกของรถในราคานี้ ให้สัมผัสแบบ Car-like เช่นเดียวกับ Ford Ranger มีน้ำหนักที่ค่อนข้างตึงมือในโหมด Normal และไม่ค่อยแตกต่างนักเมื่อปรับพวงมาลัยไปที่โหมด Sport
ช่วงล่างเซ็ตมาแบบเน้นนุ่มนวลระดับเดียวกับ Ranger, Travo และ D-Max แต่ปัญหาคือน้ำหนักค่อนข้างมากของรถ ทำให้ตัวถังเอียงมากหากเข้าโค้งแรงๆ นอกจากนั้น ระบบควบคุมแทร็กชันยังเข้ามาแทรกแซงเร็วเกินไปและส่งเสียงดังแปลกๆ ทุกครั้งที่ทำงาน ซึ่งนั่นรวมถึงหากคุณจัมพ์คอสะพานจนล้อหลังลอยด้วย


การขับขี่ออฟโรด: ลุยได้ แต่ขนาดตัวถังอาจสร้างปัญหา
ในเส้นทางออฟโรด ชุดเกียร์ 9 จังหวะ ซึ่งมีอัตราทดเกียร์หนึ่งสูงถึง 5.288:1 ยักษ์ ร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ “4L” คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ Poer ร่างยักษ์มีแรงปีนป่ายดี ทรงพลังต่างจากบน “ทางดำ” ชัดเจน สามารถรับมือกับน้ำหนักตัวได้แบบไม่ต้องลุ้นหนักมาก โดยเฉพาะในช่วง “ย่อง” ในรอบเดินเบา และยังคงมีพลังมากพอเมื่ออยู่ในเกียร์ 2 และ 3 เนื่องจากมีอัตราทดสูงกว่า เมื่อเทียบกับอัตราทดของเกียร์ 8 จังหวะ ใน D-Max และ 10 จังหวะของ Ranger
ระบบควบคุมการยึดเกาะที่ชอบแทรกแซงจนกวนใจบนถนนปกติ ก็เผยให้เห็นด้านที่ดีเมื่อต้องลุย ช่วยจับล้อลอยได้ฉับไวจึงขับเคลื่อนผ่านอุปสรรคได้ต่อเนื่องและไม่ต้อง “ปั่น” มาก น่าเสียดายที่มีระบบล็อกเฟืองท้ายมาให้เฉพาะล้อหลัง หากมีที่เฟืองท้ายล้อหน้าด้วย (เหมือนรุ่นจำหน่ายต่างประเทศ) จะช่วยชดเชยเรื่องพละกำลังและน้ำหนักได้มากขึ้นอีกขั้น
ข้อเสียคือ… อีกครั้ง… ขนาดตัวถังที่ใหญ่โต ทำให้การลุยบนทางแคบหรือต้องเลี้ยวมุมฉาก ไม่คล่องตัวเท่ากับกระบะทั่วไป นอกจากนั้น ด้วยความกว้างเฉียด 2 เมตร ยังหมายถึงเพิ่มโอกาสที่ตัวถังจะถูกกิ่งไม้ขูดขีดหรือเสียหายได้ง่ายกว่าตามไปด้วย

การขับขี่นอกเมือง: เหมาะกับสายท่องเที่ยวชิลๆ มาก
นี่คือข้อดีอันดับ 1 ถ้าคุณชอบขับรถท่องเที่ยวแบบครอบครัว 4 คน ไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน คุณต้องชอบ Poer เพราะนอกจากห้องโดยสารขนาดใหญ่แล้ว ยังเดินทางไกลสบายเพราะเครื่องยนต์เสียงเบาและสั่นสะเทือนน้อย เมื่อขับขี่แบบไม่รีบร้อนด้วยความเร็วช่วง 100 กม./ชม. บวกลบนิดหน่อย ให้อัตราสิ้นเปลืองขยับขึ้นไปที่ 12 กม./ลิตร ไม่ประหยัดนักสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล แต่ก็แลกมาด้วยความสะดวกสบาย
ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ตามน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้น แต่อย่าคาดหวังว่าจะนุ่มเท่า Tank 500 รถที่ Poer แชร์แพลตฟอร์มด้วย เนื่องจากช่วงล่างหลังคนละประเภท นอกจากนั้น ยังมีอาการ “เป๋” ให้สัมผัสเมื่อเจอลมประทะจากด้านข้าง และยวบยามหากขับบนถนนที่เป็นลอนด้วยความเร็ว
จุดที่ควรพิจารณาคืออัตราเร่ง เนื่องจากเครื่องยนต์แบกน้ำหนักมากและชุดเกียร์จะพยายามเปลี่ยนสู่เกียร์ 9 เสมอ จึงต้องคิกดาวน์ (ซึ่งมักจะลงไปถึงเกียร์ 4-5 เป็นส่วนใหญ่) เท่านั้น หากต้องการแซงแบบทันใจจากความเร็ว 100 กม./ชม. ขึ้นไป ถ้าคุณเน้นแซงขาด เร่งติดเท้า Poer ไม่ใช่รถที่คุณจะปลื้มสักเท่าไหร่
การขับขี่ในเมือง: ควรหลีกเลี่ยง เพราะยาวเกือบ 5.5 เมตร
ไม่ใช่ความผิดของ Poer แต่เป็นการใช้งานไม่เหมาะกับสรีระของรถมากกว่า… รถคันนี้ไม่เหมาะกับการใช้งานในเมืองถ้าคุณมักต้องเข้าจอดในที่แคบหรือขับเข้าออกตามตรอกซอยเป็นประจำ เพราะรถกว้างเกือบ 2 เมตร และที่เป็นปัญหากว่าคือความยาวเกือบ 5 เมตรครึ่ง ซึ่งอาจทำให้ถอยจอดในช่องได้ไม่สุดเพราะติดกันชนหลังก่อน ทั้งยังเป็นฝันร้ายหากต้องกลับรถในทางแคบ
อย่างไรก็ตาม ถ้าตัดเรื่องขนาดตัวถังออกไป GWM Poer Sahar ให้อัตราเร่งที่ดีในช่วงออกตัวและการแซงขณะความเร็วต่ำ เนื่องจากอัตราทดเกียร์ 1 ถึง 3 ที่สูงเป็นพิเศษ ทั้งยังเปลี่ยนได้ราบรื่นจนแทบไร้รอยต่อ ร่วมด้วยความเงียบในห้องโดยสารและช่วงล่างที่นุ่มนวลพอที่จะซับแรงสั่นสะเทือนได้แบบไม่กระเด้งกระดอนนัก ทำให้การขับขี่ในเมืองสะดวกสบายดีทีเดียว

ดีไซน์ภายนอก: ใหญ่โต อลังการ
ถ้าไม่นับรวมกระบะรุ่นพิเศษอย่าง Ford Ranger Raptor ซึ่งเป็นเจ้าของสถิติ “มหึมา” ที่สุดในคลาส เพราะกว้างทะลุ 2 เมตร ไปเล็กน้อย GWM Poer Sahar คือรถกระบะรุ่นมาตรฐานที่กว้างที่สุดในตลาด ด้วยมิติแบบ Full-size Truck หรือเรียกได้ว่าเป็นรถเพียงหนึ่งเดียวในคลาสนี้ ปราศจากคู่แข่ง คือเกือบ 2 เมตร (ขาดไปเพียง 9 มม.) และยาวถึง 5.445 เมตร
ที่น่าสนใจคือพื้นที่บรรทุกในกระบะหลัง แม้ Poer มีตัวถังใหญ่กว่าใคร แต่กลับมีมิติกระบะใกล้เคียงกับ Ford Ranger ตัวถัง 4 ประตู และน้อยกว่าถึง 117 มม. ในส่วนของพื้นที่ระหว่างซุ้มล้อ ซ้าย-ขวา ส่วนความลึกน้อยกว่าราว 25 มม. ดังนั้น หากคุณต้องบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ โดยเฉพาะพาเลทไซส์ยุโรป (1,200×800 มม.) Ranger จะตอบโจทย์กว่า



ดีไซน์ห้องโดยสาร: กว้างขวาง คุณภาพดี ออปชั่นแน่น
การใช้ชิ้นส่วนต่างๆ จาก Tank 500 ซึ่งเป็น SUV รุ่นเรือธงของ GWM ประเทศไทย ช่วยให้ Poer ดูหรูหรากว่ากระบะรุ่นอื่นๆ ที่มีขายในไทย (ซึ่งเน้นความเป็น Work Horse ดูแลรักษาง่ายเป็นหลัก) ขณะที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและลูกเล่นต่างๆ ก็ติดตั้งมาให้เยอะกว่ากระบะที่มีราคาใกล้เคียงกัน Poer จึงเป็นรถที่คุ้มค่าหากพิจารณาเรื่องจำนวนอุปกรณ์ที่จัดเต็มระดับเดียวกับ “ตัวท้อป” ญี่ปุ่น ซึ่งมักมีราคาราว 1.3-1.4 ล้านบาท
ห้องโดยสารที่กว้างขวางคือจุดเด่นสำคัญของ GWM Poer Sahar คุณจะได้พื้นที่รอบตัวที่โอ่อาเหลือเฟือต่อให้ตัวสูงกว่า 180 ซม. และหนักหลัก 100 กก.++ ก็ตาม ที่สำคัญคือเบาะนั่งมีขนาดใหญ่และนุ่มสบายทุกตำแหน่ง โดยเบาะหน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้าทั้งสองตัว ส่วนเบาะหลังซ้ายและขวาสามารถปรับเอนได้ด้วยการเลื่อนส่วนรองนั่งมาด้านหน้า เมื่อรวมกับความกว้างขวางและประตูหลังที่เปิดได้กว้างมากแล้ว ทำให้การนั่งเบาะหลังสบายไม่ต่างจาก SUV หรูอย่าง Tank 500 เลยทีเดียว
จุดที่ควรไปทดลองรถจริงก่อนซื้อ คือการ เข้า-ออก รถของเบาะคู่หน้า เนื่องจากวางตำแหน่งเบาะไว้สูงมาก ทำให้เหลือพื้นที่จากส่วนรองนั่งของเบาะถึงกรอบประตูด้านบนน้อยกว่าปกติ หากคุณตัวสูงระดับ 180 ซม. อาจ เข้า-ออก ลำบาก และถ้าคุณมีคนนั่งเบาะหลังเป็นประจำ ลองตรวจสอบดูว่าความแรงของลมแอร์ จากช่องแอร์สำหรับเบาะหลัง เพียงพอสำหรับพวกเขาหรือไม่ เพราะจากการทดสอบของเราพบว่า ลมออกแรงน้อยกว่าช่องแอร์ด้านหน้ามาก






ความปลอดภัย: จัดมาให้เต็มพิกัดเช่นกัน
Poer Sahar มาพร้อมรายการอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยยาวเป็นหางว่าว และยังได้มาตรฐานความปลอดภัย 5 ดาว ทั้งจาก Asean NCAP และ ANCAP อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม จากการทดสอบของเราพบว่าระบบควบคุมรถให้อยู่ในเลน ไม่สามารถบังคับรถให้อยู่กลางเลนได้แบบคงที่ รถมักจะเบนออกซ้ายหรือขวาเสมอ จากนั้น ระบบจึงดึงกลับ สลับไปมาอยู่อย่างนี้ จึงต้องประคองพวงมาลัยช่วยตลอดเวลา นอกจากนั้น บ่อยครั้งที่ระบบช่วยเลี้ยวโค้ง ไม่สามารถบังคับรถให้เลี้ยวไปตามทางได้จริงอีกด้วย

สรุป – GWM Poer Sahar ควรอยู่ในลิสต์ของคุณหรือไม่?
ถ้าต้องการรถกระบะที่มีห้องโดยสารกว้างสุดๆ และให้สัมผัสที่หรูหรา Poer คือตัวเลือกเดียวของคุณ ด้วยราคาเพียง 1 ล้านบาท ไม่มีอะไรคุ้มค่าไปกว่านี้อีกแล้ว!
แต่นอกเหนือจากห้องโดยสาร มีเรื่องอื่นที่คุณควรพิจารณาให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ ประการแรกคือตัวถังขนาดมหึมา ทำให้ Poer เหมาะกับการใช้งานนอกเมือง (และหลีกเลี่ยงการเข้าซอยแคบ) เป็นหลัก การขับรถยาว 5.5 เมตร กว้างเฉียด 2 เมตร ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องสะดวกแน่นอน ประการต่อมาคือ พละกำลังและอัตราสิ้นเปลือง เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ต้องแบกน้ำหนักถึง 2.4 ตัน++ ทำให้ต้องเค้นสมรรถนะเกือบตลอดเวลาหากคุณต้องการให้มันวิ่งเร็วๆ ถ้าเหล่านี้คือสิ่งที่คุณกังวล กระบะร่างยักษ์ของ GWM ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
SPECIFICATIONS: GWM POER SAHAR 2.4T ULTRA 4WD
https://www.gwm.co.th/th/models/sahar-diesel
Price
- 1,049,000 Baht
Powertrain
- 2370cc turbodiesel 4-cyl
- 184hp @ 3600rpm
- 480Nm @ 1500-2500rpm
Transmission
- 9-speed automatic
- Part-time Four-wheel drive
Performance
- n/a 0-100km/h
- n/a top speed
- 5km/l (Claimed, Eco Sticker), 10.0km/l at tested, 196g/km CO2
Weight
- 2130kg (Claimed, Eco Sticker), 2450-2550kg (Global spec)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GWM Poer Sahar
ข้อดี ข้อเสีย ของ GWM Poer Sahar มีอะไรบ้าง?
ข้อดีคือ ห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบายทุกที่ตำแหน่ง ให้สัมผัสหรูหราจากการใช้ชิ้นส่วนจาก SUV เรือธง Tank 500 และอุปกรณ์จัดหนักเมื่อเทียบกับราคา ข้อเสียคือพละกำลังตอบสนองไม่ทันใจและกินน้ำมัน ทั้งยังใช้งานในเมืองไม่สะดวก เนื่องจากตัวถังขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก
สรุปจุดเด่น
- ห้องโดยสารกว้างและหรูหรา
- อุปกรณ์คับคั่งกว่ารถกระบะทั่วไปในราคาใกล้กัน
- เบาะหลังปรับเลื่อนและเอนได้มาก
สรุปจุดด้อย
- กินน้ำมัน
- พละกำลังน้อย เมื่อเทียบกับน้ำหนักรถ
- ตัวถังใหญ่ ไม่เหมาะใช้ในเมือง
- กระบะท้ายแคบกว่า Ranger ในมิติกว้างและลึก
อัตราสิ้นเปลืองประมาณกี่ กม./ลิตร?
จากการทดสอบจริง GWM Poer Sahar 2.4T Ultra 4WD (ดีเซล) มีอัตราสิ้นเปลืองในเมืองและนอกเมืองรวมกันเฉลี่ย 10.0 กม./ลิตร
ข้อมูลจาก Eco Sticker ระบุว่า รถรุ่นนี้ทำอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ 13.5 กม./ลิตร (7.4 ลิตร/100 กม.)
โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ
GWM Poer Sahar ดีเซล ราคาเท่าไหร่?
คันทดสอบของเราคือเกรดสูงสุด 2.4T Ultra 4WD มีราคาจำหน่ายในไทยที่ 1,049,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีเกรดรองลงมาคือ Ultra 2WD ราคา 949,000 บาท และเกรดเริ่มต้น Pro 2WD ราคา 849,000 บาท
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?
GWM Poer Sahr ไม่มีคู่แข่งโดยตรง เนื่องจากเป็นรถกระบะขนาด Full-size คันเดียวในตลาดเมืองไทย
มีการรับประกันหรือไม่?
GWM Poer Sahar รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กม.
โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?
Poer เหมาะสำหรับใช้งานนอกเมือง และ/หรือ ท่องเที่ยว เป็นหลัก เนื่องจากมีห้องโดยสารขนาดใหญ่และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน แต่ด้วยความกว้างและยาวของตัวถังที่มากกว่ารถกระบะทั่วไปทำให้ไม่เหมาะขับในเมือง
Poer 2.4T ขับออฟโรดดีมั้ย?
ให้พละกำลังปีนป่ายเพียงพอ เพราะมีอัตราทดเกียร์ 1-2-3 สูงมาก ระบบควบคุมแทรกชั่นทำงานไว แต่เสียงการทำงานดัง จุดที่ควรพิจารณาคือ รถมีตัวถังใหญ่กว่าปกติ จึงไม่คล่องตัวนักหากต้องลุยในเส้นทางแคบหรือต้องเลี้ยวหักมุม 90 องศา
ข้อมูลการทดสอบ
ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque
- ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
- รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับจริง
- ระยะเวลารวม: 3 วัน
- ระยะทางที่ทดสอบรวม: 455.8 กม.
- สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก
TorqueThailand.com




















