GMW TANK 300 ULTRA 2WD (2025) รีวิว: แรงกว่าและประหยัดยิ่งขึ้น เมื่อเทียบกับรุ่น 4WD ทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับสายเที่ยวไม่เน้นลุยหนัก
ความเห็นจาก Torque
Tank 300 รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ กระฉับกระเฉงและกินน้ำมันน้อยกว่ารุ่นขับเคลื่อนสี่ล้ออย่างเห็นได้ชัด ด้วยน้ำหนักที่เบากว่าถึง 125 กก. นอกจากนั้น ยังโดดเด่นเรื่องความเงียบในห้องโดยสารและมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเหมือนกับเกรด Ultra 4WD ทุกประการ ยกเว้นฟังก์ชั่นที่เกี่ยวข้องกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ด้วยราคาไม่ถึง 1.2 ล้านบาท Tank 300 2WD เป็น SUV แบบ Body-on-Frame ที่คุ้มค่าทีเดียว
Torque’s Rating
|
หมวด |
คะแนน |
|
การบังคับควบคุม |
6 / 10 |
|
พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน |
6 / 10 |
|
ความอรรถประโยชน์ |
8 / 10 |
|
ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน |
7 / 10 |
|
ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา |
8 / 10 |
ควรซื้อถ้า…
คุณชอบ Tank 300 อยู่แล้ว แต่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะได้อุปกรณ์ไม่ต่างกัน ทั้งยังยังขับดีขึ้นและประหยัดน้ำมันกว่า เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่ารุ่น 4WD ถึง 125 กก. รวมถึงไม่ต้องมีค่าซ่อมบำรุงชุดขับเคลื่อน 4WD ที่คุณไม่ได้ใช้งาน นอกจากนั้นยังมีราคาที่ถูกกว่าถึง 1 แสนบาท
ไม่ควรซื้อถ้า…
คุณให้ความสำคัญกับเรื่องราคาขายต่อ มากกว่าจำนวนอุปกรณ์อำนวยความสะดวก รถแบรนด์ญี่ปุ่นจะตอบโจทย์ได้ดีกว่า นอกจากนั้น หากเน้น SUV แบบ Body-on-Frame ที่ประหยัดน้ำมันสุดๆ รถอย่าง Isuzu Mu-X เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร เป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ในราคาใกล้เคียงกัน
เหมาะกับใคร?
- คนที่ต้องการ SUV สำหรับใช้งานทั่วไป
- คนที่ชอบดีไซน์แบบบึกบึนและเรโทร
- คนที่ชอบรถมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบๆ
ไม่เหมาะกับใคร?
- คนที่ให้ความสำคัญกับอัตราสิ้นเปลือง
- คนที่เน้นลุยหนัก ชอบเที่ยวป่า
- คนที่กังวลเรื่องราคาขายต่อ
สมรรถนะและการขับขี่
เมื่อเทียบกับรุ่น 4WD แล้ว รุ่น 2WD ตอบสนองกระฉับกระเฉงกว่า จุดเด่นด้านสมรรถนะคือชุดเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ที่ช่วยให้อัตราเร่งดี และเสียงตลอดจนแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับ SUV ดีเซลในคลาสเดียวกัน
พละกำลัง: เร่งดีขึ้น เพราะเบากว่ารุ่น 4WD
GWM Tank 300 Ultra 2WD ใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร เทอร์โบดีเซล 184 แรงม้า, 480 นิวตันเมตร และเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ เหมือนกับรุ่น 4WD แต่ให้ความกระฉับกระเฉงมากกว่าเนื่องจากเบากว่า 125 กก. ทำให้มีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ 1 แรงม้า ต่อ 11.71 กก. (เทียบกับ 12.39 กก. ของรุ่น 4WD) หรือดีขึ้นราว 5.8% ทั้งยังไม่ต้องสูญเสียกำลังไปกับชุดเกียร์ทรานส์เฟอร์อีกด้วย รถจึงมีแรงม้าลงพื้นเต็มเม็ดเต็มหน่วยกว่า
นอกจากนั้น รุ่น 2WD ยังได้เปรียบด้านอัตราสิ้นเปลือง จากการทดสอบของเรา กินน้ำมันเฉลี่ย 13.2 กม./ลิตร เทียบกับรุ่น 4WD ที่เราเคยทำสอบเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำได้ 10.4 กม./ลิตร
อีกจุดเด่นของขุมพลังนี้คือ เสียงการทำงานที่ค่อนข้างเบาเมื่อเทียบกับ SUV เครื่องยนต์ดีเซลในคลาสเดียวกัน ทั้งยังสั่นสะเทือนน้อยทั้งขณะจอดนิ่งหรือเร่งเครื่อง ใกล้เคียงกับเครื่องยนต์ 2.0 Bi-Turbo ของ Ford Everest และรถยุโรปเครื่องยนต์ดีเซลเลยทีเดียว



การขับขี่เน้นสมรรถนะ: แฮนด์ลิงดี พวงมาลัยคมกว่าคู่แข่ง
Tank 300 2WD ให้สัมผัสการบังคับควบคุมที่ดีกว่ารุ่น 4WD อย่างน่าประหลาดใจ แน่นอนว่าคุณไม่สามารถคาดหวังประสิทธิภาพขณะเข้าโค้งกับรถ SUV ได้ โดยเฉพาะกับช่วงล่างที่เซ็ตมานุ่มตามสไตล์รถจีน แต่กับรุ่น 2WD นี้ ระบบบังคับเลี้ยวไฟฟ้าตอบสนองฉับไวและเป็นธรรมชาติกว่ารถในคลาสเดียวกัน (รวมถึงรถที่ Torque รักมากอย่าง Ford ด้วย!) จากการไม่มีชุดขับเคลื่อนล้อหน้า สื่อสารความเป็นไปของล้อหน้ามาสู่มือได้ชัดโดยเฉพาะเมื่อเลือกปรับพวงมาลัยเป็นโหมด Comfort อย่างไรก็ตาม ในโหมดนี้ยังให้น้ำหนักเบาไป แต่ถ้าจะให้หนักขึ้นในโหมด Sport ก็ต้องแลกมาด้วยความเป็นธรรมชาติที่ลดลง
อัตราเร่งออกตัวดีมาก ด้วยเกียร์ 1 อัตราทดสูงมากที่สุดในคลาสที่ 5.288:1 (สูงกว่าเกียร์ 10 จังหวะของ Ford ที่ 4.696:1, เกียร์ 8 จังหวะของ Mu-X 2.2 ที่ 4.717:1) ส่งให้ Tank 300 กระโจนออกไปได้รวดเร็ว และเร่งต่อจากเกียร์ 2-6 (Direct Drive) ราบรื่นนุ่มนวล นอกจากนั้น อีกจุดเด่นคือการเปลี่ยนเกียร์ ขึ้น-ลง แบบ Manual ด้วยการใช้ Paddle หลังพวงมาลัย ทำได้รวดเร็วกว่าทั้ง Isuzu และ Ford
อย่างไรก็ตาม แม้อัตราทดเกียร์ 2-6 ใกล้กับ Mu-X ที่เครื่องยนต์เล็กกว่า (และพลังน้อยกว่า) แต่รอบเครื่องยนต์ของ Tank 300 ไต่ขึ้นช้ากว่า จึงไม่รู้สึกว่ามีพลังเหนือกว่า Isuzu นัก นอกจากนั้น ยังมีอาการเทอร์โบรอรอบในช่วงออกตัว ถ้าแก้ปัญหานี้ได้ จะช่วยเพิ่มประโยชน์ของเกียร์ 1 อัตราทดต่ำ ได้มากขึ้น (ออกตัวดีขึ้นอีกขั้น)

การขับขี่นอกเมือง: เกียร์ 9 อัตราทดต่ำ ช่วยลดอัตราสิ้นเปลือง
เกียร์ที่ 9 มีอัตราทดต่ำเพียง 0.598:1 ซึ่งต่ำกว่าเกียร์ 10 ของ Ford (0.636:1) เสียอีก ที่ความเร็วราว 100-110 กม./ชม. จึงใช้รอบต่ำเพียง 1,600 รอบ/นาที เท่านั้น ทำให้ลดการกินน้ำมันลงได้เมื่อขับขี่ความเร็วคงที่ แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือการต้องคิกดาวน์ขณะเร่งแซง (ซึ่งบ่อยครั้งต้องลดจากเกียร์ 9 ลงมาถึงเกียร์ 5) เพื่อเรียกแรงบิดมาใช้
ช่วงล่างดูดซับแรงสั่นสะเทือนขณะวิ่งบนมอเตอร์เวย์, ตกหลุม, ขึ้นลงสะพาน หรือช่วงถนนที่มีการปะซ่อมได้ดี แต่ข้อเสียคือเมื่อวิ่งบนถนนขรุขระรถจะกระโดดกระเด้งมาก ซึ่งเราคาดว่าเป็นเพราะความหนืดของแดมเปอร์น้อยเกินไป จึงต้านแรงดีดของสปริงได้ไม่ดีพอในสถานการณ์แบบนี้
เสียงการทำงานเบาและแรงสั่นสะเทือนน้อยของเครื่องยนต์ มีส่วนอย่างมากในการช่วยให้ห้องโดยสารเงียบขณะขับที่ความเร็วเดินทาง แม้ช่วงเร่งเครื่องก็ตาม การลดเสียงรบกวนจากภายนอกก็ทำได้ดีเช่นกัน แต่มีเสียงลมดังมากที่ส่วนบน (หลังคา) เมื่อขับด้วยความเร็ว 100 กม./ชม. ขึ้นไป

การขับขี่ในเมือง: คล่องแคล่วพอตัว
เมื่อเลือกน้ำหนักระบบบังคับเลี้ยวเป็นเบาสุด Tank 300 สามารถลัดเลาะไปตามการจราจรได้คล่องแคล่ว นั่นรวมถึงการกลับรถและเข้าจอดที่ทำได้ด้วยการหมุนพวงมาลัยเพียงมือเดียว
แม้เกียร์ 1 มีอัตราทดสูงมาก แต่ก็ยังออกตัวได้นุ่มนวล การเปลี่ยนเกียร์ก็เรียบเนียนจนแทบไม่รู้สึกขณะเปลี่ยนจากเกียร์สู่เกียร์ และยังเร่งแซงทันใจที่ความเร็วต่ำอีกด้วย
ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลได้ดีที่ความเร็วต่ำ และไม่กระโดดเหมือนตอนใช้ความเร็วสูงขณะขับบนผิวทางขรุขระต่อเนื่อง จึงให้ความสบายขณะเดินทางในเมืองได้ดี
ทัศนวิสัยรอบด้านดีมากจากการวางเบาะนั่งไว้สูงและแดชบอร์ดที่มีส่วนบนแบนราบเสมอส่วนล่างของกระจกหน้า กะระยะหน้ารถได้ง่ายด้วยฝากระโปรงที่ออกแบบให้ค่อนข้างตรงจึงเห็นส่วนปลายสุดได้ชัดเจน
ดีไซน์ภายนอก: เน้นกะทัดรัด คล่องตัว
ปฏิเสธไม่ได้ว่าดีไซน์ของ Tank 300 มีกลิ่นอายของ Jeep Wrangler ตลบอบอวน แต่ก็เป็นรูปทรงซึ่งเป็นที่ยอมรับว่าช่วยให้สามารถขับขี่แบบออฟโรดได้ดี ด้วยกันชนที่เพรียวบางเพื่อการขึ้นลงทางชันได้มากขึ้น ร่วมด้วยโป่งล้อพลาสติกสังเคราะห์ที่สามารถเปลี่ยนได้ในราคาไม่แพง (เมื่อเทียบกับการซ่อมตัวถัง) เป็นต้น
ระยะห่างใต้ท้อง 224 มม. ใกล้เคียงกับ PPV ญี่ปุ่นส่วนใหญ่ ขณะที่ความยาวฐานล้อ 2,750 มม. ถือว่าสั้นที่สุดในคลาสแต่พื้นที่ห้องโดยสารยังคงกว้างขวาง และยังได้เปรียบเรื่องความคล่องแคล่วในการขับขี่อีกด้วย



ดีไซน์ห้องโดยสาร: อุปกรณ์ครบครันเกินราคา
พื้นที่กว้างขวางสมน้ำสมเนื้อกับขนาดตัวถัง มี Legroom และ Headroom เหลือพอสำหรับคนตัวสูงๆ รองรับผู้ใหญ่ได้ 4-5 คนสบายๆ แต่ที่เก็บสัมภาระท้ายรถไม่มากนัก (400 ลิตร) และเบาะหลังที่แม้จะพับได้แต่ก็มีความเอียงมาก ทำให้มีข้อจำกัดในการวางสัมภาระบางประเภท
จุดเด่นของภายในคือการให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมามากมาย เมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก ที่สำคัญคืออุปกรณ์ทั้งหมดเหมือนกับรุ่น Ultra 4WD ยกเว้นฟังก์ชั่นเกี่ยวกับระบบขับเคลื่อนเท่านั้น
ในส่วนของจอแสดงผลทั้งสองจอซึ่งติดตั้งไว้ในกรอบเดียวกัน มีขนาด 12.3 นิ้วเท่ากัน โดยจอของผู้ขับปรับการแสดงผลได้ 2 รูปแบบ คือ แผนที่และระบบตรวจจับรถแวดล้อม ในขณะที่ข้อมูลจำเป็นจัดวางไว้ที่ด้านข้าง (ซ้ายและขวา) ของจอ ทำให้เลือกแสดงได้เพียง 1 เซ็ตข้อมูลเท่านั้น… เป็นการออกแบบ UI สไตล์รถจีน ที่เน้นความหวือหวามากกว่าประโยชน์หรือความจำเป็นต่อการใช้งาน
จอแสดงผลส่วนกลางสำหรับ Infotainment มี UI ที่ Make sense กว่ามาก ใช้ไอคอนขนาดใหญ่กำลังดี จึงสามารถแสดงได้หลายเมนูและกดขณะขับขี่ได้ง่าย การตอบสนองรวดเร็วลื่นไหล ทั้งยังเชื่อมต่อแบบไร้สายได้เสถียรอีกด้วย ส่วนการควบุมระบบปรับอากาศมีปุ่มแบบกดเรียงรายไว้ใต้จอ ช่วยให้ใช้งานสะดวกมากขึ้น





ระบบความปลอดภัย
เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยติดตั้งมาให้ครบครัน ระบบ ADAS มีจุดเด่นที่ไม่ดึงหรือขืนพวงมาลัยกลับทันทีที่รถเริ่มเบนออกจากกลางเลน ทำให้รู้สึกว่าผู้ขับยังควบคุมรถได้อย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อเทียบกับรถส่วนใหญ่ที่ผู้ขับแทบหักพวงมาลัยไม่ได้เลย ข้อเสียอยู่ที่ระบบ ACC ซึ่งต้องสั่งการจากก้านที่คอพวงมาลัย (ใต้ก้านระบบปัดน้ำฝน) ทำให้ใช้งานยาก ระบบเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าไกลมากแม้จะตั้งไว้ชิดสุดแล้วก็ตาม และ เพิ่ม/ลด ความเร็วได้ครั้งละ 5 กม./ชม. เท่านั้น ขณะที่รถส่วนใหญ่สามารถลดครั้งละ 1 กม./ชม. ได้ด้วย

สรุป – GWM TANK 300 ULTRA 2WD ควรอยู่ในลิสต์ของคุณหรือไม่?
ถ้าต้องการ SUV สำหรับขับใช้งานทั่วไป หรือไม่ลุยหนัก และเน้นที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็ม Tank 300 Ultra 2WD เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามาก ด้วยราคา 1.19 ล้านบาท เทียบกับรถในคลาสที่มีราคาใกล้เคียง ซึ่งมักเป็นรุ่นเริ่มต้น มีอุปกรณ์มาให้เพียงเล็กน้อย
Tank 300 Ultra 2WD คุ้มค่าในแง่ของราคาเทียบกับรายการอุปกรณ์มาตรฐานมากมาย ร่วมด้วยจุดเด่นที่เครื่องยนต์ทำงานเงียบและสั่นสะเทือนน้อย และน้ำหนักที่เบากว่ารุ่น 4WD ถึง 125 กก. ทั้งยังไม่ต้องสูญเสียกำลังไปกับเกียร์ฝาก ทำให้รถกระฉับกระเฉงขึ้น และไม่ต้องเสียเงินไปกับค่าซ่อมบำรุงชุด 4WD ไป ที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้
จุดด้อยคืออัตราสิ้นเปลือง แม้จะกินน้ำมันน้อยกว่ารุ่น 4WD แต่ก็ยังมีตัวเลือกอย่าง Isuzu Mu-X เครื่องยนต์ใหม่ 2.2 ลิตร เทอร์โบ ที่ประหยัดกว่า หรือถ้าคุณเน้นห้องโดยสารกว้างๆ รถ PPV แบรนด์ญี่ปุ่น ตอบโจทย์กว่า แต่ทั้งสองกรณีต้องแลกมาด้วยการไม่มีอุปกรณ์มาตรฐานติดตั้งมาให้สักเท่าไหร่ เพราะในราคาใกล้เคียงกัน คุณจะได้แค่เกรดเริ่มต้นเท่านั้น
SPECIFICATIONS: GWM TANK 300 ULTRA 4WD (2025)
https://www.gwm.co.th/en/models/tank-300-diesel
Price
- 1,199,000 Baht
Powertrain
- 2370cc turbodiesel 4-cyl
- 184hp @ 3600rpm
- 480Nm @ 1500-2500rpm
Transmission
- 6-speed automatic
- Rear-wheel drive
Performance
- n/a 0-100km/h
- n/a top speed
- 0km/l (Claimed, Eco Sticker), 13.2km/l at tested, 184g/km CO2
Weight
- 2155kg
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ GWM Tank 300 Ultra 2WD
ข้อดี ข้อเสีย ของ GWM Tank 300 Ultra 2WD มีอะไรบ้าง?
ข้อดีคือ กระฉับกระเฉงและกินน้ำมันน้อยกว่ารุ่นขับเคลื่อนสี่ล้ออย่างเห็นได้ชัด เครื่องยนต์เงียบ และมีอุปกรณ์มาตรฐานจัดเต็ม ข้อเสียคือ เครื่องยนต์ตอบสนองช้า และช่วงล่างกระโดดเมื่อวิ่งบนถนนขรุขระยาวๆ
สรุปจุดเด่น
- กระฉับกระเฉงกว่ารุ่น 4WD
- เครื่องยนต์เงียบและสั่นสะเทือนน้อย
- อุปกรณ์อำนวยความสะดวกจัดเต็ม
สรุปจุดด้อย
- ยังไม่ประหยัดสุด เมื่อเทียบกับ Mu-X เครื่อง 2
- ช่วงล่างกระโดดเมื่อขับขี่ทางขรุขระ
- มีอาการเทอร์โบแล็กขณะออกตัว
อัตราสิ้นเปลืองประมาณกี่ กม./ลิตร?
จากการทดสอบจริง GWM Tank 300 Ultra 2WD มีอัตราสิ้นเปลืองในเมืองและนอกเมืองรวมกันเฉลี่ย 13.2 กม./ลิตร ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ระบุในเวบไซต์ ECO Sticker อยู่ที่ 14.0 กม./ลิตร
โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ
GWM Tank 300 Ultra 2WD ราคาเท่าไหร่?
รุ่น 2WD เกรด Ultra ราคามาตรฐาน 1,199,000 บาท และ 2WD เกรด Pro ราคามาตรฐาน 1,049,000 บาท
โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?
SUV ประเภท Body-on-frame ขับเคลื่อนสองล้อ ที่อยู่ในช่วงราคาเดียวกันกับ Tank 300 Ultra 2WD คือ
- Mitsubishi Pajero Sport GT ราคา 1,139,000 บาท เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.5 ลิตร เทอร์โบดีเซล, 184 แรงม้า, 430 นิวตันเมตร
- Isuzu Mu-X Active 2.2 8AT 4×2 ราคา 1,194,000 บาท เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.2 ลิตร เทอร์โบดีเซล, 163 แรงม้า, 400 นิวตันเมตร
- Toyota Fortuner 2.4 Leader S ราคา 1,239,000 บาท เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.4 ลิตร เทอร์โบดีเซล, 160 แรงม้า, 400 นิวตันเมตร
- Nissan Terra 2.3 Twin-turbo E AT ราคา 1,199,000 บาท เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.3 ลิตร เทอร์โบดีเซล, 190 แรงม้า, 450 นิวตันเมตร
- Ford Everest Active 2.0L Turbo 4×2 10AT ราคา 1,379,000 บาท เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบดีเซล, 170 แรงม้า, 405 นิวตันเมตร
รถในคลาสเดียวกันดังกล่าว เหนือกว่า Tank 300 Ultra 2WD ในด้านมิติรถ และพละกำลัง (ในบางรุ่น) แต่ด้อยกว่าด้านจำนวนอุปกรณ์มาตรฐาน เนื่องจากในราคาใกล้เคียงกัน รถเหล่านี้เป็นเกรดเริ่มต้นทั้งสิ้น
มีการรับประกันหรือไม่?
มีการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1,000,000 กม. หรือ 8 ปี (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง
ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?
เหมาะมากสำหรับขับทางไกลเนื่องจากเกียร์ 9 มีอัตราทดต่ำมาก ทำให้การขับที่ 100 กม./ชม. ใช้รอบเครื่องเพียง 1,600 รอบ/นาที จึงประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น สามารถใช้งานในเมืองได้ดี ออกตัวดีเพราะเกียร์ 1 มีอัตราทดสูง เสียงเครื่องยนต์เบา
ขับออฟโรดดีมั้ย?
เนื่องจากเป็นรุ่น 2WD (ขับเคลื่อนสองล้อหลัง) จึงไม่สามารถบุกตะลุยเส้นทางออฟโรดได้ แต่ยังสามารถขับขี่บนถนนลูกรังหรือเส้นทางออฟโรดที่ไม่ชัน, เส้นทางที่ไม่มีหลุมบ่อลึก หรือไม่มีโคลนลึก ได้ เพราะรถมีความสูงใต้ท้องเท่ากับรุ่น 4WD
ข้อมูลการทดสอบ
ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque
- ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
- รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับจริง
- ระยะเวลารวม: 3 วัน
- ระยะทางที่ทดสอบรวม: 416 กม.
- สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก
TorqueThailand.com









