Breaking News

รีวิว Isuzu D-Max V-Cross 2.2 Ddi Z 2026 กระบะ 4×4 สายลุย ประหยัดน้ำมัน

ภาพมุมกว้างหน้าเฉียง Isuzu D-Max V-Cross 2.2 Ddi Z จอดนิ่ง รถขับเคลื่อนสี่ล้อเกียร์อัตโนมัติที่เป็นทางเลือกเพื่อความประหยัดน้ำมันสำหรับการใช้งานออฟโรด

ISUZU D-MAX V-CROSS 2.2 DDI Z (2026) รีวิว: สำหรับสายลุย เน้นประหยัดน้ำมัน

ความเห็นจาก Torque

คนที่รอ “D-Max เครื่องเล็ก-ขับสี่” ไม่ผิดหวังแน่นอน! ขุมพลังใหม่ขนาด 2.2 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ให้พละกำลังดีกว่าเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร อย่างชัดเจน ด้วยแรงบิดที่รอบต่ำเพิ่มขึ้นถึง 60% Isuzu V-Cross 2.2 จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมหากต้องการรถขับใช้งานออฟโรดบ่อยๆ แต่ประหยัดน้ำมันกว่า และขับสบายด้วยเกียร์อัตโนมัติ เมื่อเทียบกับรุ่น 3.0 Ddi Z ที่มีอุปกรณ์เหมือนกันและแรงกว่า แต่ก็แพงกว่า, กินน้ำมันกว่า และมีเฉพาะเกียร์ธรรมดาเท่านั้น

Torque’s Rating

หมวด

คะแนน

การบังคับควบคุม

6 / 10

พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน

7 / 10

ความอรรถประโยชน์

8 / 10

ความรู้สึกโดยรวมในการใช้งาน

7 / 10

ความคุ้มค่าเมื่อเทียบราคา

7 / 10

ควรซื้อถ้า…

คุณอยากได้รถกระบะสำหรับขับออฟโรด ที่เน้นประหยัดน้ำมันเป็นหลัก แต่ยังมีพละกำลังพอสำหรับการบุกตะลุยทางทุรกันดาร และราคาขายต่อไม่ตกมาก

ไม่ควรซื้อถ้า…

ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ… เราแนะนำรุ่นขับเคลื่อนสองล้อเกรด Ddi Z ซึ่งมีอุปกรณ์เหมือนกัน แต่ถูกกว่าถึง 75,000 บาท หรือถ้าต้องการรถออฟโรด Isuzu ที่มีพละกำลังมากกว่านี้ ในราคาใกล้เคียงกัน รุ่น 3.0 ลิตร เกรด Ddi Z  เกียร์ธรรมดา แรงกว่าชัดเจน ในขณะที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ มีเท่ากันทั้งหมด

เหมาะกับใคร?

  • สายลุยป่า แต่เน้นประหยัดน้ำมัน
  • คนที่ต้องการรถซ่อมง่าย ไม่เน้นเทคโนโลยีล้ำๆ
  • เน้นราคาขายต่อไม่ร่วงแรง

ไม่เหมาะกับใคร?

  • คนที่ใช้งานบนถนนทั่วไปเท่านั้น
  • คนที่ต้องการรถออปชั่นแน่น
  • คนที่ชอบขับเร็ว

สมรรถนะและการขับขี่

จุดเด่นของขุมพลัง 2.2 ลิตร คือ อัตราเร่งที่น่าทึ่งเมื่อเทียบกับขนาดเครื่องยนต์ ด้วยแรงบิดรอบต่ำที่มากกว่ารุ่น 1.9 ลิตร ถึง 60% และเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ที่มีอัตราทดสอดรับกับพละกำลังของเครื่องยนต์ อาจไม่แรงเท่า V-Cross รุ่นพี่เครื่อง 3.0 ลิตร แต่ก็ขับสนุกกว่ารุ่น 1.9 ลิตร แบบรู้สึกได้ชัด แต่ประหยัดน้ำมันไม่ต่างกัน

พละกำลัง: ดีกว่าเครื่อง 1.9 ลิตร ชัดเจน

เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ใหม่ เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องเรี่ยวแรงที่ไม่พอต่อการใช้งานของรุ่น 1.9 ลิตร ขุมพลังใหม่มีกำลังมากกว่าเดิม 13 แรงม้า และ 50 นิวตันเมตร อาจเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่อาวุธลับอยู่ที่เกียร์อัตโนมัติใหม่แบบ 8 จังหวะ อัตราทดชิด ช่วยให้ D-Max V-Cross 2.2 สามารถทำอัตราเร่งได้ “ติดเท้า” กว่าเครื่อง 1.9 ลิตร อย่างเห็นได้ชัด ในช่วงความเร็วต่ำถึงกลาง

อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากการทดสอบแบบใช้งานจริง (ไม่ใช่ขับเน้นประหยัด) ของเราอยู่ที่ 14.5 กม./ลิตร ดีมากเมื่อเทียบกับรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร ที่กินน้ำมันเฉลี่ย 12 กม./ลิตร ในขณะที่รุ่นขับเคลื่อนสองล้อ 2.2 ลิตร ซึ่งเราทดสอบไปก่อนหน้านี้ ทำได้ที่ 17 กม./ลิตร

นอกจากนั้น เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ที่เข้ามาแทนขุมพลัง 1.9 ลิตร ตัวนี้ ยังลดปริมาณการปล่อยออกไซต์ของไนโตรเจน (NOx) ลง 14% และลดการปล่อยฝุ่นละออง/มลพิษอนุภาค (PM) ลงมากถึงเกือบ 90% จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม แม้ข้อมูลจาก Isuzu ระบุว่า เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร มีเสียงการทำงานเบากว่าเดิม แต่จากการทดสอบของเราพบว่ายังมีเสียงเครื่องยนต์ดังเข้ามาในห้องโดยสาร (เมื่อเร่งเครื่อง) ไม่ต่างจากเครื่องยนต์รุ่นอื่นๆ ของ Isuzu 

ภาพมุมกว้างเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ 163 แรงม้า ที่ลดการปล่อยมลพิษอนุภาค (PM) ลงเกือบ 90% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร
ขุมพลัง 4 สูบ 2.2 ลิตร เทอร์โบดีเซล รหัส RZ4F-TC ขนาด 163 แรงม้า, 400 นิวตันเมตร เป็นเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นใหม่หมด สามารถลากจูงน้ำหนักได้สูงสุด 3,500 กก. หรือมากกว่าเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร ของรุ่นก่อนหน้านี้ถึง 500 กก. ขณะที่อัตราสิ้นเปลืองไม่ต่างกันมากนัก ที่น่าสนใจคือ เครื่องยนต์ 2.2 ลิตรนี้ ปล่อยฝุ่นละออง/มลพิษอนุภาค (PM) เพียง 0.018 มิลลิกรัม/กม. เทียบกับรุ่น 1.9 ลิตร ที่ 0.17 มิลลิกรัม/กม. หรือลดลงถึงเกือบ 90%
คันเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะบนคอนโซลกลาง ออกแบบอัตราทดเกียร์เพื่อช่วยเพิ่มการตอบสนองของแรงบิดรอบต่ำได้มากขึ้น 60%
เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ คือกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ถ่ายทอดพลังออกมาได้แรงเกินตัว ด้วยอัตราทดแบบ Underdrive 5 เกียร์ ก่อนเป็น Direct drive ที่เกียร์ 6 และ Overdrive ในเกียร์ 7 และ 8 (เทียบกับเกียร์ 6 จังหวะเดิม Underdrive 3 เกียร์, Direct drive เกียร์ 4, Overdrive เกียร์ 5 และ 6) เครื่อง 2.2 จึงสามารถเรียกแรงบิดรอบต่ำออกมาได้มากขึ้น 60% และให้อัตราเร่งที่ “ดึง” ต่อเนื่องกว่าเครื่อง 1.9 อย่างชัดเจน

การขับขี่เน้นสมรรถนะ: แรงกว่าเดิม แต่ยังไม่ดุเท่าเครื่อง 3.0 ลิตร

ขุมพลัง 2.2 ลิตร ตอบสนองดีที่ช่วงความเร็วต่ำถึงกลาง จากอัตราทดเกียร์ที่ชิดกว่าเดิม ให้อัตราเร่งดีทั้งตอนออกตัวและเร่งแซงในช่วงเกียร์ 2-3-4 (ความเร็วต่ำถึงกลาง) แต่ต้องคิกดาวน์เมื่อต้องการแซงที่เกียร์สูงกว่านั้น

ระบบบังคับเลี้ยวตอบสนองเชื่องช้าเนื่องจากในเกรดนี้ยังคงเป็นระบบไฮดรอลิก ต่างจากเกรด ‘M’ ซึ่งใช้ระบบไฟฟ้าจึงฉับไวและแม่นยำกว่า นั่นหมายถึง คุณจะรู้สึกไม่มั่นใจในการบังคับควบคุมขณะเข้าโค้ง เพราะพวงมาลัยทั้งเบาและไม่สื่อสาร

ช่วงล่างที่เซ็ตมาในโทนนุ่มนวล ส่งให้รถมีอาการเอียงตัวมากหากเข้าโค้งแรงๆ ส่วนการขับที่ความเร็วมากกว่า 120 กม./ชม. บนถนนที่เป็นลอนคลื่น รถจะโคลงเคลงและพวงมาลัยดึงไปมา จึงควรเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นหากต้องขับบนมอเตอร์เวย์หรือทางด่วน

Isuzu V-Cross 2.2 ขณะขับขี่ด้วยความเร็ว แสดงการตอบสนองของอัตราเร่งช่วงเกียร์ 2-3-4 และการปรับเซ็ตช่วงล่างที่เน้นความนุ่มนวล
เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ 1.9 ลิตร แล้ว ขุมพลัง 2.2 ลิตรให้สมรรถนะแรงกว่ามาก อย่างไรก็ตาม ระบบบังคับเลี้ยวไฮดรอลิกยังขาดความฉับไวและการตอบสนอง ประกอบกับช่วงล่างที่เซ็ตมานุ่ม ทำให้การบังคับควบคุมไม่ดีนักที่ความเร็วสูงหรือเข้าโค้งแรงๆ

การขับขี่แบบออฟโรด: แรงบิดเพียงพอต่อการปีนเนินชัน

เนื่องจากเกียร์ 8 จังหวะชุดนี้ ใช้เกียร์ 1 อัตราทดถึง 4.717:1 และเฟืองท้าย 3.9:1 ซึ่งต่ำกว่าอัตราทดของรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร อย่างมาก (ใช้เกียร์ทรานสเฟอร์ชุดเดียวกัน) ทำให้ V-Cross ขุมพลังเล็ก 2.2 ลิตร ส่งแรงบิดออกมาได้สูงมาก จึงมีพลังไต่ทางชันได้ไม่แพ้กัน นอกจากนั้น การมีเกียร์ให้เลือกมากกว่า ยังหมายถึงคุณสามารถเลือกเพิ่มหรือลดแรงบิดและการตอบสนองคันเร่งได้หลากหลาย เหมาะกับแต่ละอุปสรรค เช่น เกียร์ 2 เพื่อขึ้นเนินยาว, เกียร์ 3 เพื่อคลานเนิบๆ ในบ่อโคลน เป็นต้น

ระบบช่วยเหลือขณะขับออฟโรด มีทั้งระบบล็อกเฟืองท้ายและระบบควบคุมแทรกชัน ‘Rough Terrain Mode’ ที่ทำงานได้ทั้งขณะขับเคลื่อนสองและสี่ล้อ High และ Low จากการทดสอบช่วงเนินสลับที่ทำให้ล้อหน้าฝั่งหนึ่งลอยจากพื้น ระบบสามารถจับล้อและช่วยให้รถเคลื่อนตัวผ่านอุปสรรคไปได้ แต่ต้องใช้การเร่งเครื่องยนต์ช่วยอย่างมาก

ปุ่มหมุนเลือกโหมดระบบขับเคลื่อนบนคอนโซลกลาง สำหรับปรับเปลี่ยนการทำงานระหว่างระบบ 2H, 4H และ 4L

ปุ่มกดเปิดปิดระบบ Rough Terrain Mode และระบบล็อกเฟืองท้าย ระบบช่วยเหลือที่ทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้รถขับเคลื่อนผ่านอุปสรรคเนินสลับได้

ปุ่มกดเปิดปิดระบบ Hill Descent Control ทำหน้าที่ควบคุมความเร็วของรถอัตโนมัติขณะขับลงเนินชัน
สามารถเลือกระบบขับเคลื่อนได้จากปุ่มแบบหมุน มาพร้อมกับระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน, ระบบล็อกเฟืองท้ายล้อหลัง และ ‘Rough Terrain Mode’ เช่นเดียวกับรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร จุดเด่นของระบบนี้คือ สามารถทำงานได้ขณะใช้ดิฟล็อก ต่างจากรถส่วนใหญ่ที่ต้องปลดออกก่อนจึงใช้ระบบควบคุมการยึดเกาะได้

การขับขี่นอกเมือง: ช่วงล่างนุ่มนวล ประหยัดน้ำมันมาก

เป็นอีกครั้งที่ต้องชื่นชมชุดเกียร์ใหม่แบบ 8 จังหวะ ด้วยอัตราทดที่เซ็ตมาเข้าขากับเครื่องยนต์ ทำให้ V-Cross 2.2 ตอบสนองทันใจเมื่อขับขี่นอกเมือง และยังใช้รอบเครื่องต่ำเพียงประมาณ 1,800 รอบ/นาที ที่ความเร็ว 110 กม./ชม. ในเกียร์ 8 จึงช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองได้ดี

ในช่วง 60-100 กม./ชม. ให้อัตราเร่งเพียงพอต่อการแซง แต่ต้องคิกดาวน์หากต้องการแซงเร็วๆ ในช่วง 100 กม./ชม. ขึ้นไป เนื่องจากในย่านนี้มักเป็นความเร็วคงที่ เกียร์จึงถูกเปลี่ยนไปตำแหน่ง Overdrive (เกียร์ 7-8) ข้อเสียคือเสียงเครื่องยนต์ดังเข้ามาในห้องโดยสารค่อนข้างมากเมื่อเร่งเครื่องหรือที่รอบเครื่องเกิน 3,000 รอบ/นาที

ช่วงล่างด้านหลังให้ความนุ่มนวลได้ใกล้เคียงกับรถกระบะแบรนด์อื่นๆ ในคลาส ไม่ดีดหรือกระด้างเมื่อวิ่งผ่านถนนขรุขระ ขณะที่ช่วงล่างหน้าเซ็ตมานุ่มกว่าคู่แข่งส่วนใหญ่ จึงดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีมาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการโคลงเคลงและพวงมาลัยที่ดึงไปมามากขึ้นตามไปด้วย

การขับขี่ในเมือง: เร่งดี เกียร์เปลี่ยนลื่นไหล

Isuzu D-Max V-Cross 2.2 สามารถขับขี่ได้ราบรื่นในเมือง เพราะแรงบิดที่มากขึ้นถึง 60% ที่รอบต่ำ จึงกระฉับกระเฉงเมื่อขับในการจราจรเคลื่อนตัวสลับหยุดนิ่ง และมีเรี่ยวแรงเพียงพอขณะใช้ความเร็วบนทางด่วน ช่วงล่างที่เซ็ตมานุ่ม สามารถลดแรงสั่นสะเทือนได้ดีทั้งบนถนนขรุขระในเมือง และรอยต่อถนนบนทางด่วน ขณะที่พวงมาลัยก็มีน้ำหนักเบามือ ช่วยให้เปลี่ยนเลนหรือเลี้ยวไปมาได้คล่องแคล่ว

ชุดเกียร์ 8 จังหวะ เปลี่ยนขึ้นลงนุ่มนวล สัมผัสแรงกระตุกได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยรวมถือว่าเกียร์ชุดนี้ “สอบผ่าน” ทั้งการขับในเมือง, นอกเมือง และออฟโรด จะมีที่ให้ตำหนิบ้างก็คือการเปลี่ยนจากเกียร์สู่เกียร์ใช้เวลานานไปหน่อย

พวงมาลัยแบบ 3 ก้าน พร้อมปุ่มควบคุมฟังก์ชันการทำงานต่างๆ บริเวณก้านพวงมาลัยทั้งสองฝั่ง

ล้ออัลลอยขนาด 18x7.5 นิ้ว และยางขนาด 265/60 R18 ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานทั้งสี่ล้อ
ระบบบังคับเลี้ยวไฮดรอลิกให้น้ำหนักเบามือ แต่ตอบสนองไม่ดีนักเมื่อเทียบกับระบบไฟฟ้าของ D-Max รุ่นท้อป (Ddi M) ในขณะที่ช่วงล่างให้ความนุ่มนวลได้ระดับเดียวกับคู่แข่ง

อุปกรณ์ และความปลอดภัย

อุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งมาให้ใน V-Cross 2.2 Ddi Z เป็นแบบเดียวกับรุ่น V-Cross 3.0 Ddi Z เกียร์ธรรมดา ทั้งอุปกรณ์ภายนอกและภายใน แตกต่างเพียงรุ่น 2.2 มีระบบ ISS (Idling Stop/Start System) ดับและติดเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะจอด มาให้ด้วย

ระบบความปลอดภัยก็ติดตั้งมาให้เทียบเท่ารุ่น 3.0 Ddi Z เช่นกัน นั่นหมายถึง ไม่มีระบบ ADAS และพวงมาลัยไฟฟ้ามาให้ในเกรด 2.2 Ddi

ภาพมุมกว้างท้ายเฉียงของ Isuzu V-Cross 2.2 เกรด Z จอดนิ่ง แสดงอุปกรณ์ตัวถังภายนอกที่มีรายละเอียดเหมือนกับรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เกรด Z

สัญลักษณ์ V-CROSS ที่ตัวถังรถด้านข้าง แสดงการกลับมาของรุ่นเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4x4

สติกเกอร์ 4x4 DIFF-LOCK ที่ด้านข้างท้ายกระบะ ระบุการติดตั้งระบบล็อกเฟืองท้ายที่สามารถทำงานร่วมกับระบบ Rough Terrain Mode ได้

เพลทสัญลักษณ์ Z 2.2Ddi MAXFORCE บนฝาท้ายกระบะ ใช้สำหรับระบุเกรดและรุ่นเครื่องยนต์ของรถ
ตัวถังภายนอกมีอุปกรณ์เหมือนกับ V-Cross รุ่นเครื่องยนต์ 3.0 ลิตร เกรด Ddi Z (เกียร์ธรรมดา) ทุกประการ มีเพียงเพลทบอกรุ่นเครื่องยนต์ที่ฝาท้ายเท่านั้นที่แตกต่างกัน

Isuzu D-Max V-Cross 2.2 มุมหน้าตรง แสดงมิติตัวถังยาว 5,280 มม. กว้าง 1,870 มม. และสูง 1,810 มม. พร้อมระยะห่างใต้ท้องรถ 240 มม.

ไฟหน้าด้านขวาของรถขณะเปิดใช้งานไฟ DRL (Daytime Running Light) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ตอนกลางวัน

ชุดไฟหน้า LED พร้อมไฟ DRL และไฟเลี้ยวในตัว รวมถึงไฟตัดหมอก LED บริเวณกันชนหน้าด้านซ้าย
ชุดไฟหน้าแบบ Full LED โดยไฟ DRL ใช้เป็นไฟเลี้ยวในตัว สปอตไลต์ก็เป็น LED เช่นกัน

มุมมองท้ายตรงแสดงพื้นที่กระบะบรรทุกที่มีมิติความยาว 1,495 มม. ความกว้าง 1,530 มม. และความสูง 490 มม.

ชุดไฟท้ายด้านขวาของรถ ออกแบบด้วยเลนส์ใสครอบทับโคมกรอบสีดำด้านใน
ด้านท้ายมาพร้อมกันชนหลังทรงสปอร์ตและชุดไฟท้ายเลนส์ใสครอบทับกรอบโคมสีดำ

ภาพมุมกว้างแผงแดชบอร์ดและภายในห้องโดยสาร Isuzu V-Cross 2.2 ที่ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมาตรฐานเช่นเดียวกับเกรด 3.0 Ddi Z

เบาะนั่งคู่หน้าหุ้มหนังสังเคราะห์ Coolmax โดยเบาะหลังสามารถเลือกพับพนักพิงหรือยกเบาะรองนั่งเพื่อเพิ่มพื้นที่วางสัมภาระได้
ห้องโดยสารก็มีอุปกรณ์ต่างๆ แบบเดียวกับในรุ่น 3.0 ลิตร Ddi Z เช่นกัน นั่นหมายถึง คุณจะได้กุญแจรีโมทแบบดั้งเดิม (เสียบและหมุนที่คอพวงมาลัย) และเบาะนั่ง ‘Coolmax’ ปรับด้วยมือทั้งผู้ขับและผู้นั่ง ส่วนเบาะหลังเลื่อนหรือปรับเอนไม่ได้ แต่สามารถพับพนักพิงหรือยกเบาะรองนั่งขึ้น เพื่อวางสัมภาระได้

มาตรวัดสำหรับผู้ขับขี่แบบ Integrated พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ (MID) ขนาด 7 นิ้ว

จอแสดงผลส่วนกลางระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว บนแดชบอร์ด รองรับการเชื่อมต่อ Android Auto และ Apple CarPlay แบบไร้สาย

จอแสดงผลส่วนกลางขณะแสดงข้อมูลระบบขับเคลื่อน ทั้งองศาการเอียงของรถ องศาการเลี้ยวล้อหน้า และรูปแบบการส่งกำลัง
ส่วนแสดงผลสำหรับผู้ขับ ใช้จอขนาด 7 นิ้ว สำหรับแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาบข้างด้วยมาตรวัดแบบเข็ม ขณะที่จอส่วนกลางมีขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อไร้สายทั้ง Android Auto และ Apple CarPlay สามารถแสดงข้อมูลองศาการเอียงของรถ, องศาเลี้ยวล้อหน้า และรูปแบบการขับเคลื่อน ได้ในตัว

ก้านปัดน้ำฝนกระจกหน้าพร้อมระบบฉีดน้ำล้างกระจกที่ติดตั้งบนตัวก้าน เพื่อช่วยรักษาทัศนวิสัยขณะฉีดน้ำ

ชุดควบคุมระบบปรับอากาศแบบธรรมดาบริเวณด้านล่างแดชบอร์ด พร้อมติดตั้งแผ่นกรองฝุ่น PM2.5

ปุ่มควบคุมระบบ Cruise Control แบบธรรมดาบนก้านพวงมาลัยฝั่งขวา สำหรับควบคุมความเร็วอัตโนมัติ

กล้องมองภาพด้านหลังติดตั้งบริเวณฝาท้ายกระบะ เป็นอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับช่วยในการถอยจอด
เนื่องจาก V-Cross 2.2 มีให้เลือกเฉพาะเกรด Ddi Z จึงได้อุปกรณ์แบบมาตรฐานอาทิ ที่ปัดน้ำฝนพร้อมหัวฉีดน้ำที่ก้าน, ระบบปรับอากาศแบบปุ่มหมุนพร้อมกรอง PM2.5 ไม่มี ADAS แต่ยังมีระบบครูสคอนโทรล, กล้องถอยหลัง ติดตั้งมา

สรุป – Isuzu D-Max V-Cross 2.2 Ddi Z ควรอยู่ในลิสต์ของคุณหรือไม่?

ควรอยู่ในลิสต์ของคุณ ถ้าต้องการรถออฟโรดเครื่องเล็กประหยัดน้ำมัน แต่ยังมีพลังมากพอสำหรับการบุกป่าฝ่าดง

Isuzu D-Max V-Cross 2.2 Ddi Z เป็นรถขับเคลื่อนสี่ล้อที่คุ้มค่าในแง่ของความประหยัดน้ำมันเนื่องจากใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก แต่ให้พละกำลังดีโดยเฉพาะช่วงรอบต่ำถึงกลาง ร่วมด้วยระบบล็อกเฟืองท้ายและโหมด Rough Terrain จึงสามารถใช้งานแบบออฟโรดได้ใกล้เคียงกับรุ่น 3.0 ลิตร นอกจากนั้น ยังได้เปรียบในเรื่องของราคาขายต่อ, อะไหล่หาง่าย และจำนวนศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ อีกด้วย

SPECIFICATIONS: ISUZU D-MAX V-CROSS 2.2 DDI Z

https://www.isuzu-tis.com/isuzu-v-cross

Price

  • 1,066,000 Baht

Powertrain

  • 2164cc turbodiesel 4-cyl
  • 163hp @ 3600rpm
  • 400Nm @ 1600-2400rpm

Transmission

  • 8-speed Rev Tronic Automatic
  • Four-wheel drive (Part-time)

Performance

  • n/a 0-100km/h
  • n/a top speed
  • 5km/l (Claimed, Eco Sticker), 14.5km/l at tested, 180g/km CO2

Weight

  • n/a

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Isuzu D-max V-Cross 2.2 Ddi Z

ข้อดี ข้อเสีย ของ Isuzu V-Cross 2.2 มีอะไรบ้าง?

ข้อดีคือ ประหยัดน้ำมันใกล้เคียงรุ่น 1.9 แต่พละกำลังเหนือกว่ามาก เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มีอัตราทดดีและทำงานได้ลื่นไหลต่อเนื่อง ข้อเสียคือ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีน้อย

สรุปจุดเด่น

  • เครื่อง 2.2 ลิตร เล็กแต่แรงเกินตัว
  • ประหยัดน้ำมัน
  • มีพละกำลังมากพอสำหรับขับออฟโรด

สรุปจุดด้อย

  • เครื่องยนต์เสียงดังขณะเร่ง
  • ขับเร็วไม่มั่นใจ
  • อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีน้อยไป

อัตราสิ้นเปลืองประมาณกี่ กม./ลิตร?

จากการทดสอบจริง Isuzu D-Max V-Cross 2.2 มีอัตราสิ้นเปลืองในเมืองและนอกเมืองรวมกันเฉลี่ย 14.5 กม./ลิตร เทียบเท่ากับอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยที่ระบุในเวบไซต์ ECO Sticker

โปรดทราบว่า ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่ได้จากการทดสอบ เป็นเพียงค่าการใช้งานในระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น และจะแตกต่างไปตามรูปแบบการใช้งาน, น้ำหนักบรรทุก, พฤติกรรมการขับขี่ และปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ

Isuzu D-Max V-Cross 2.2 Ddi Z ราคาเท่าไหร่?

มีราคา 1,066,00 บาท และเพิ่มเงินอีก 7,000 บาท หากต้องการสีขาวมุก

โปรดทราบว่า ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

มีรุ่นไหนใกล้เคียง / คู่แข่ง?

รถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อที่อยู่ในช่วงราคาเดียวกันกับ Isuzu D-Max V-Cross 2.2 Ddi Z คือ

  • Mitsubishi Triton ‘Prime 4×4’ ราคา 1,049,000 บาท เครื่องยนต์ 4 สูบ 2.5 ลิตร เทอร์โบดีเซล, 184 แรงม้า, 430 นิวตันเมตร เหนือกว่าที่อุปกรณ์อำนวยความสะดวก, เทคโนโลยี และพละกำลัง ด้อยกว่าที่อัตราสิ้นเปลือง, อะไหล่, จำนวนศูนย์บริการ และราคาขายต่อ
  • Isuzu D-Max V-Cross 3.0 Ddi Z ราคา 1,054,000 บาท เครื่องยนต์ 4 สูบ 0 ลิตร เทอร์โบดีเซล, 190 แรงม้า, 450 นิวตันเมตร เหนือกว่าที่พละกำลัง ด้อยกว่าที่อัตราสิ้นเปลือง และมีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะเท่านั้น

มีการรับประกันหรือไม่?

มีการรับประกันคุณภาพตัวถัง 3 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และสามารถขยายเป็น 5 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) มีค่าใช้จ่ายประมาณ 6,000 บาท

โปรดทราบว่า เงื่อนไขการรับประกันอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายเพื่อทราบข้อมูลอัพเดทล่าสุดอีกครั้ง

ใช้งานในเมือง / นอกเมืองได้ไหม?

ใช้งานได้ดีในเมืองเพราะอัตราเร่งช่วงความเร็วต่ำและกลางดี ขับนอกเมืองดีเช่นกัน แต่การเร่งแซงที่ความเร็วสูงต้องใช้การคิกดาวน์จึงมีพลังมากพอ  

ขับออฟโรดดีมั้ย?

เหมาะมากกับการใช้งานแบบออฟโรด เพราะถึงเครื่องยนต์เล็กแต่ให้พลังแรงที่รอบต่ำ ด้วยอัตราทดเกียร์และเฟืองท้ายที่เซ็ตให้เรียกแรงบิดได้มาก รวมถึงมีระบบล็อกเฟืองท้ายและ Rough Terrain Mode ช่วยให้ขับผ่านอุปสรรคได้ง่ายยิ่งขึ้น

ข้อมูลการทดสอบ

ข้อมูลทั้งหมดมาจากการทดลองขับจริงโดยผู้ทดสอบของ Torque

  • ผู้ทดสอบ: สุรเชษฐ์ เทียนทอง
  • รูปแบบการทดสอบ: ทดลองขับจริง
  • ระยะเวลารวม: 3 วัน
  • ระยะทางที่ทดสอบรวม: 652 กม.
  • สถานที่: กรุงเทพฯ, นครนายก

Check Also

Toyota Hilux Travo 2.8 4Trex Overland Plus ขณะเข้าโค้งที่มีอาการเอียงตัวมากจากจุดศูนย์ถ่วงสูงแบบรถ Hi-ride พร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ตอบสนองใกล้เคียงรถเก๋ง

Toyota Hilux Travo 4Trex 2.8 Overland Plus (2026) Review: ดีกว่า Revo แบบคนละเรื่อง เหมาะกับสายลุยตัวจริง

ผู้เขียน: สุรเชษฐ์ เทียนทอง Torque’s Rating หมวด คะแนน การบังคับควบคุม 7 / 10 พละกำลังและอัตราเร่งในการใช้งาน 7 / 10 …